|

ความหวังใหม่สำหรับการอนุรักษ์สัตว์ป่า
ได้เกิดขึ้นเมื่อผู้เชี่ยวชาญการอนุรักษ์เสือโคร่งได้เริ่มนำแนวคิดเชิงเศรษฐศาสตร์มาใช้ในงานอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม
โดยแนวทางนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การระดมทุนรับบริจาคเงินทำกิจกรรมดังเช่นแต่ก่อน
แต่ได้เน้นการตั้งมาตรฐานของการทำงานเป็นหลัก
นักชีววิทยาจากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)
ต้องการเห็นจำนวนเสือโคร่ง (Panthera tigris)
เพิ่มขึ้น 50% ในพื้นที่ที่ WCS ดำเนินการสนับสนุน
ภายในระยะเวลา 10 ปี ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของ
WCS ดร.อลัน ราบิโนวิทซ์ กล่าวว่า แผนการนี้มีชื่อว่า
เสือโคร่งชั่วนิรันดร์
หรือ Tigers Forever
ซึ่งจะมีรูปแบบแตกต่างจากงานอนุรักษ์ทั่วไป
โดยที่นักชีววิทยาของ WCS ที่ประจำอยู่ทั่วทวีปเอเชีย
ได้ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขชัดเจน
และใช้ตัวเลขวัดผลความสำเร็จของความพยายามอนุรักษ์เสือโคร่ง
ในอดีต
องค์กรอนุรักษ์ต่างๆได้พยายามระดมทุนเพื่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง
โดยมิได้มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่างานเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
ดังนั้นแผนการ Tigers Forever
นี้จึงเป็นความท้าทายใหม่ที่มีการกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จไว้ล่วงหน้า
ดร.อลัน กล่าวว่า
เราไม่ได้กำลังพยายามสร้างกระแสเพื่อดึงดูดการบริจาคเงิน
แต่นี่เป็นการเอาชื่อเสียงขององค์กร และนักวิทยาศาสตร์
เป็นเดิมพัน ซึ่ง Tigers Forever
ได้กำหนดแนวทางที่จะวัดผลการทำงานที่เล็งผลให้ประชากรเสือโคร่งเพิ่มขึ้น
ในพื้นที่เป้าหมาย และวัดผลได้อย่างชัดเจน
นอกจากการกำหนดเป้าหมายที่เป็นตัวเลขแล้ว
การตรวจวัดแนวทางอนุรักษ์อื่นๆ ว่าให้ผลบวก หรือลบ
ในแต่ละพื้นที่ ยังใช้เป็นไกด์นำทางในอนาคต
แม้ว่าองค์กรอนุรักษ์หลายองค์กรได้พยายามที่จะเพิ่มจำนวนเสือโคร่งในบางพื้นที่
โดยเฉพาะที่ประเทศรัสเซีย และอินเดีย ดร.อลัน กล่าวว่า
เราจะไม่ใช้บทเรียนในอดีตมาเป็นตัวนำอย่างแต่ก่อน ซึ่ง
ดร.อูลาส การัส ผู้เชี่ยวชาญเสือโคร่งจากประเทศอินเดีย
กล่าวเสริมว่า เราพยายามปลุกใจให้ทีมงาน
กำหนดการวัดผลอย่างรัดกุมและมีคุณภาพในแผนงานอนุรักษ์เสือโคร่งของแต่ละประเทศ
ในขณะนี้ปรากฏว่า
แนวทางที่กล่าวมานี้สามารถดึงดูดผู้บริจาคเงินอย่าง คุณปีเตอร์
คลายน์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจในนครนิวยอร์ค
และเป็นกรรมการบริหารของ WCS โดยคุณปีเตอร์
ได้บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญ เพื่อโครงการ Tigers
Forever และคุณปีเตอร์สนับสนุนอยากเห็น
องค์กรอื่นๆความตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนแบบนี้
เพราะในฐานะนักลงทุน
ผมจะลงทุนกับโครงการที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
และมีโอกาสประสบความสำเร็จ คุณปีเตอร์กล่าว
ผมเชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นแนวทางสำหรับอนาคตของหลายๆองค์กร
กล่าวเสริมโดยคุณไซบิลลี่ เคลนเซนดอร์ฟ
นักชีววิทยาที่เป็นผู้ประสานงานโปรแกรมเสือโคร่ง
ของกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ที่ นครวอชิงตัน ดี ซี.
จากผืนป่าในทวีปเอเชีย ถึงทุ่งหญ้าในประเทศรัสเซีย
การล่าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย และการสูญเสียถิ่นอาศัย
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนเสือโคร่งลดลงอย่างรวดเร็วในหลายทศวรรษที่ผ่านมา
จนปัจจุบันเหลือเสือโคร่งประมาณ 3,000 5,000 ตัว ทั่วโลก
(รายละเอียดในวารสาร Nature 441, 927-930; 2006)
สถานการณ์หมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์
เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ซึ่ง
WCS
จะเริ่มต้นแผนการนี้โดยการเน้นให้ความสำคัญต่อพื้นที่อนุรักษ์เป้าหมายของ
WCS (รายละเอียดใน WCS website พื้นที่ดำเนินการของ WCS
ในทวีปเอเชีย)
หลักการสำคัญอันหนึ่งที่จะบรรลุเป้าหมายคือการเพิ่มจำนวนสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งในถิ่นอาศัยที่เสือโคร่งอยู่
ดร.อูลาส การัส กล่าวว่า
เสือโคร่งกินสัตว์กีบขนาดใหญ่เป็นอาหาร
ดังนั้นการอนุรักษ์เสือโคร่งคือการรักษาระดับประชากรและความหนาแน่นของเหยื่อในพื้นที่
นักชีววิทยาของ WCS ในประเทศกัมพูชา
ทำงานในบริเวณพื้นที่มอนดูคีรี มีความมั่นใจในแนวทาง
Tigers Forever
ถึงแม้ว่าพื้นที่จะมีประชากรเสือโคร่งไม่มากนัก
เขากล่าวว่า
สัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งได้ลดจำนวนลงอย่างมากจากพรานล่าสัตว์
เพราะปืนเป็นสิ่งหาง่ายภายหลังจากสงครามอันยาวนานในประเทศ
แต่โชคดีที่สภาพป่าในบริเวณนั้นยังดีอยู่
เหมาะสำหรับเสือโคร่ง และเหยื่อ ดังนั้น WCS
กัมพูชาได้ทำงานร่วมกับองค์กรท้องถิ่นและรัฐบาล
ดำเนินกิจกรรมที่จะลดล่าสัตว์อย่างชัดเจน
แนวทางหนึ่งคือการพยายามสนับสนุนระบบการให้ข่าวเรื่องผู้ลักลอบล่าสัตว์
ให้สินบนนำจับ หรือแจ้งข่าว เกี่ยวกับ พราน อาวุธปืน
กับดักเสือ
และการมอบโบนัสให้เป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่รักษาสัตว์ป่า
|
|
 |
|
ดร.อลัน ทิ้งท้ายว่า แนวทางนี้ดูเหมือนเป็นแนวทางที่ดุดัน
และฟังดูไม่น่าอภิรมย์
แต่ผลจากการตรวจวัดจำนวนกับดักเสือโคร่งที่ยึดหรือนำส่งให้เจ้าหน้าที่
และข้อมูลเกี่ยวกับพรานล่าสัตว์ที่ชัดเจนขึ้น เป็นสิ่งชี้ว่าสถานการณ์สำหรับเสือโคร่งในพื้นที่มีความหวังมากขึ้น
คลิกเพื่อดาว์นโหลด
ที่มา
- Nature Journals Vol.442 July 2006 Page 12
|