สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า มุ่งนำวิทยาการ เพื่องานอนุรักษ์สัตว์ป่า และพื้นที่ธรรมชาติ บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การให้การศึกษา และความร่วมมือระดับนานาชาติ การดำเนินงานลักษณะนี้มุ่งเปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์ต่อธรรมชาติ ทำให้มนุษย์กับสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งในระดับสังคมท้องถิ่น และสังคมโลก สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ยึดมั่นแนวทางนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นภาวะที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราต้องรักษาให้สรรพชีวิตในโลก ให้คงอยู่ตลอดไป
 


 

 
     
 

 
 

การทดสอบร่างกายก่อนการเข้ารับการฝึกอบรม

 
     
 

  

 
  เทคนิคการพรางตัว  
 

 

 
 

 
 

การเดินลาดตระเวน
ในพื้นที่ป่า

 

ทคนิคการลาดตระเวน

* วิทยากร ส.ต.อ. กิติชัย ใจใส ครูฝึก ตชด.

 
  การลาดตระเวนถือว่าเป็นหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเป็นวิธีการป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าถูกบุกรุกและเกิดการลักลอบล่าสัตว์ป่าที่ดีที่สุด ดังนั้นการลาดตระเวนที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการฝึกเกี่ยวกับเทคนิคด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดทักษะในการปฏิบัติงาน

การจัดกำลังเพื่อออกลาดตระเวน

1. ส่วนบังคับบัญชาการ มีหน้าที่ควบคุมบังคับบัญชา นำหน่วย
2. ส่วนปฏิบัติการ มีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจ
3. ส่วนระวังป้องกัน มีหน้าที่ เฝ้าระวังคุ้มกัน คุ้มครอง ขณะปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย

การออกลาดตระเวนในแต่ละครั้งจะมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากมีตัวแปรหลายอย่างมาเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในแต่ละครั้ง เช่น ลักษณะภูมิประเทศ อัตรากำลัง กลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นในการลาดตระเวนแต่ละครั้ง จึงต้องมีการวางแผน การรับคำสั่ง ขั้นตอนการปฏิบัติ ศึกษารายละเอียด การสั่งการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรัดกุม และหวังผลได้สูงสุด
 

 



ทดสอบร่างกายของผู้เข้ารับการฝึกอบรม


เทคนิคการลาดตระเวนและการจัดกำลัง

เทคนิคการพรางตัว                                               

 

     *วิทยากร ส.ต.อ. ทวีศักดิ์ มีราคา  และคณะครูฝึก ตชด.

 
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ ฝึกการพรางตัว ซึ่งเป็นเทคนิคที่สำคัญในการลาดตระเวนโดยเฉพาะในสถานการณ์คับขัน หรือการซุ่มระวังรอจับกุมผู้ต้องหา นอกจากนั้นยังได้ทำการเตรียมกำลังพล และการเคลื่อนกำลังพล ทั้งท่าปกติ ท่าคลานสูง และท่าคลานต่ำ รวมถึงการโอบล้อมเข้า จับกุมผู้กระทำผิด 
 
ทคนิคการตรวจค้น  

  *วิทยากร จ.ส.ต. ณรงค์ จันทร์สุนทรและคณะครูฝึก ตชด.

 
ในกรณีที่ต้องมีการตรวจค้นสามารถกระทำได้ใน 2 ลักษณะ คือ
1.  การตรวจค้นตามหมายศาล ในกรณีสงสัยต้องการตรวจค้น พนักงานป่าไม้ หรือ ผู้ช่วยพนักงานป่าไม้ ต้องมีหมายศาลทุกครั้ง และสามารถขอหมายศาลจากศาลที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยนำรายงานการลาดตระเวนไปเป็นเอกสารประกอบการขอ การตรวจค้นในกรณีดังกล่าว สามารถตรวจค้นได้ตั้งแต่ พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก 
2.  การตรวจค้นในกรณีพบเห็นการกระทำผิดโดยซึ่งหน้า เจ้าพนักงานป่าไม้ หรือ ผู้ช่วยพนักงานป่าไม้ สามารถทำการตรวจค้นได้ทันที โดยไม่ต้องมีหมายศาล และสามารถตรวจค้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างไรก็ตามในการตรวจค้นในกรณีนี้ ต้องมีเหตุดังต่อไปนี้
1.  พบเห็นการกระทำผิดโดยซึ่งหน้า
2.  คาดว่าได้มีการกระทำผิดโดยแน่แท้
3.  หากชักช้าอาจมีการเคลื่อนย้ายวัตถุพยาน 
ดังนั้นทุกครั้งที่จะตรวจค้นในกรณีนี้ ต้องมีความมั่นใจว่าต้องพบการกระทำผิดแน่นอน หากเกิดการผิดพลาดอาจถูกผู้ถูกตรวจค้น ฟ้องกลับในทางกฎหมายได้


วิธีการตรวจค้น

 1.  การตรวจค้นสถานที่     
แบ่งเป็นที่สาธารณะสถาน และที่รโหฐาน ซึ่งในการค้นสถานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้
1.ศึกษาผังบ้าน เป็นแผนผังของสถานที่
2.วางแผนการตรวจค้น
3.ซักซ้อมความเข้าใจ
4.ปฏิบัติการ โดยอาจทำการค้นเป็นรูปก้นหอย คือค้นจากบริเวณรอบอาคารแล้วค่อยเข้าไปค้นในตัวอาคาร หรืออาจจะค้นแบบตีตารางโดยการค้นเป็นหน้ากระดานจนทั่วพื้นที่

2.  การตรวจค้นรถยนต์
 ทำการค้นโดยการแบ่งรถยนต์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
1.  ห้องเครื่องยนต์ ได้แก่ ใต้ฝากระโปรง บังโคลน ล้อหน้า
2.  ห้องโดยสาร คอนโซน พวงมาลัย หลังค่า เบาะนั่งใต้พื้น
3.  ส่วนบรรทุก กระบะ ใต้พื้น ล้อหลัง
 
3.  การตรวจค้นตัวบุคคล
 
ในการตรวจค้นบุคลต้องมีคนคอยระวัง และคนเข้าตรวจค้น ผู้เข้าตรวจค้นต้องเข้าตรวจทางด้านหลังโดยแบ่งส่วนของร่างกายออกเป็น 4 ส่วน คือ บนขวา บนซ้าย ล่างขวา และล่างซ้าย หลังจากนั้นทำการตรวจค้นทีละส่วน โดยการตรวจค้นในด้านล่างให้จับหัวกางเกง ส่วนการตรวจค้นด้านบนให้จับคอเสื้อในการตรวจค้นบุคคลมีทั้งท่ายืน ท่านั่ง และท่านอน ในการฝึกครั้งนี้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกตรวจค้นบุคคลในท่าต่าง ๆ จนเกิดความชำนาญ
 

เทคนิคการจับกุม  

  *วิทยากร จ.ส.ต. ณรงค์ จันทร์สุนทรและคณะครูฝึก ตชด.

 
กรณีความผิดซึ่งหน้า สามารถจับกุมได้เลยพร้อมกับแจ้งข้อหา รักษาที่เกิดเหตุและของกลางไว้ การใส่กุญแจมือผู้ต้องหาให้ใส่ทางด้านหลัง กรณีไม่มีกุญแจมือสามารถใช้เชือกแทนได้ ในกรณีนั่งรถยนต์ให้ผู้ต้องหานั่งด้านหน้าเท่านั้น และต้องมีคนควบคุมตลอดเวลา ผู้เข้าอบรมได้ฝึกเทคนิคการจับกุมด้วยมือเปล่าในท่าต่าง ๆ ได้แก่
1. ท่าหักข้อมือหรือฝ่ามือหงายกลับ
2. ท่าสอดแขนขัดหลัง
3. ท่าคล้องแขน
4. ท่าหักข้อมือหงาย
5. ท่าหักข้อมือคว่ำ
6. ท่าบิดหน้า
7. ท่าหักแขนทุ่ม
8. เกี่ยวขาด้านหน้าหมุนตัวทุ่ม
9. เกี่ยวขาด้านหลังหมุนตัวทุ่ม
10. ท่ารัดคอทางด้านหน้า
11. ท่าจับเมื่อถูกจับแขน
12. ท่าจับเมื่อถูกจับคอเสื้อ
13. ท่าจับเมื่อถูกรัดคอ
 
การใช้วิทยุสื่อสาร  

*วิทยากร ส.ต.อ. ธนกฤษ สำเภาและคณะครูฝึก ตชด.

 
การใช้วิทยุสื่อสารนับเป็นหัวใจสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการลาดตระเวน โดยเฉพาะในกรณีที่พบการกระทำผิด หรือต้องการกำลังเสริมในการเข้าจับกุม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้วิทยุสื่อสารให้ชำนาญและถูกต้อง ในการอบรมครั้งนี้จึงได้มีการฝึกใช้วิทยุสื่อสาร โดยยึดหลักการดังนี้

1. พูดให้กระชับ เข้าใจง่าย และใช้ในกรณีที่
2. มีความแม่นยำในการใช้ รหัส (Code) ในการเรียกขาน
3. รู้จักส่วนประกอบที่สำคัญของวิทยุสื่อสารได้แก่ ส่วนเครื่องรับสัญญาณ แบตเตอรี่ และเสาอากาศ
4. การบำรุงรักษาเครื่องวิทยุสื่อสาร คือ ไม่ให้เปียกน้ำ หรือไม่ควรเก็บในที่ชื้นนาน ๆ ทำความสะอาดเมื่อสกปรก
5. รู้จักมารยาทในการใช้วิทยุสื่อสาร ซึ่งมีดังนี้ต่อไปนี้
5.1 ก่อนเรียกขานควรตรวจสอบว่าผู้ใดใช้ย่านความถี่เดียวกับท่านอยู่หรือไม่
5.2 เมื่อมีการเรียกขาน 2 – 3 ครั้ง ควรมีการเว้นระยะ
5.3 เมื่อติดต่อคู่สถานีได้แล้ว ท่านสามารถย้ายไปใช้ช่องความถี่อื่น ในกรณีที่มีผู้ใช้ช่วงความถี่เดียวกับท่านหลายคน
5.4 ไม่ควรใช้ความถี่สื่อสารหลัก ในการพูดเล่นหรือใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม
5.5 เมื่อเลิกใช้ความถี่ควรแจ้งยกเลิกการใช้เพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้ต่อ
 
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น  

*จ.ส.ต. สุรียันต์ จันทนามและคณะครูฝึก ตชด.

 
ในการลาดตระเวนมักเกิดเหตุฉุกเฉินบ่อยครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจำเป็นต้องรู้จักหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในการฝึกครั้งนี้ผู้เข้าอบรมได้รับการฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเรียนรู้หลักการปฐมพยาบาลต่าง ๆ

นอกจากนั้นผู้เข้าอบรมยังได้เรียนถึงเทคนิคการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ การพยุงเดิน การแบก การประสานสองมือ และการเคลื่อนย้ายโดยเก้าอี้ เป็นต้น
 


หน้า
I1I  I2I  I3I  I4I  I5I  I6I 

 

 
© 2005 Wildlife Conservation Society Thailand Program. Click here for terms of use.