การติดวิทยุเพื่อศึกษาพฤติกรรมของเสือโคร่ง

จากวิกฤติการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเสือโคร่งในทวีปเอเชีย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) จึงได้ริเริ่มแผนปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “เสือโคร่งชั่วนิรันดร์ (Tigers Forever)” เพื่อเป็นหลักประกันว่าเสือโคร่งจะยังคงอยู่คู่ป่าตลอดไป โปรแกรมนี้เกิดจากความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะเพิ่มประชากรเสือโคร่งอีก 50% ในพื้นที่สำคัญๆที่เป็นเป้าหมายของWCS ภายใน 10 ปี ซึ่งการใช้ตัวเลขเป็นเดิมพันเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในงานอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วไป โครงการเสือโคร่งชั่วนิรันดร์ จะใช้แนวทางการจัดการแบบยืดหยุ่น (Adaptive management framework) ที่นำเอาเทคนิคการตรวจวัดแบบต่างๆ มาใช้ในการประเมินความก้าวหน้าในการดำเนินงาน และวัดผลความสำเร็จ โครงการเสือโคร่งชั่วนิรันดร์ จะดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลของแต่ละประเทศ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้อง และมุ่งทำงานอนุรักษ์เสือโคร่ง โดยใช้ยุทธศาสตร์ที่อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ส่วนพื้นที่เป้าหมายนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ WCS ให้ความสำคัญไว้ ซึ่งอยู่ในประเทศต่างๆ คือ อินเดีย พม่า ไทย เขมร ลาว อินโดเนเซีย รัสเซีย และจีน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเพิ่มประชากรเสือโคร่ง
 

ในอดีต เสือโคร่งมีนับแสนๆตัว การกระจายอยู่ทั่วทั้งทวีปเอเชีย แต่หลังจากช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา ประชากรเสือโคร่งได้ลดลงอย่างฮวบฮาบ ปัจจุบันพื้นที่การกระจายเหลืออยู่เพียง 7% จากพื้นที่ในอดีต ซึ่งพบได้ใน 13 ประเทศในเอเชีย ทั้งที่บางประเทศมีประชากรมนุษย์หนาแน่นเป็นอันดับต้นๆในโลก

เสือโคร่งกำลังเผชิญกับปัจจัยคุกคามมากมาย ถิ่นอาศัยกำลังถูกเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตร หรือเพื่อการค้าต่างๆ คนท้องถิ่นยังคงล่าสัตว์ที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่ง (กวางป่า, หมูป่า, วัวป่าต่างๆ) เพื่อเลี้ยงชีพ หรือเพื่อขายเนื้อสัตว์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสือโคร่งลดลง หากไม่มีจำนวนเหยื่อที่เพียงพอ เสือโคร่งจะไม่สามารถอยู่รอดหรือสืบพันธุ์ได้ จึงทำให้จำนวนประชากรลดลง นอกจากนี้เสือโคร่งยังเป็นเป้าหมายของพรานโดยตรง เพื่อสนองความต้องการในการค้าขายสัตว์ป่าในตลาดมืด หรือเสือโคร่งอาจถูกล่าจากปัญหาความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่นที่เสือโคร่งอาจออกมาล่าสัตว์เลี้ยงกินเป็นอาหาร โดยเฉพาะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นใกล้เคียงหมู่บ้านและชุมชน

การทำงานของนักวิทยาศาสตร์จาก WCS ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ได้ครอบคลุมเนื้องานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยคุกคามทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่มีต่อเสือโคร่ง เช่น การตรวจวัดพลวัตรของประชากรเสือโคร่ง และเหยื่อ; การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในงานป้องกันรักษาเสือโคร่ง เหยื่อและถิ่นอาศัย; การเพิ่มพูนถิ่นอาศัยให้แก่เสือโคร่งโดยการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่ป่าอย่างสมัครใจ และการรวมรวมที่ดินเพื่อการอนุรักษ์; การเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย, การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์, การเสริมสร้างความรู้สู่ชุมชน, การฝึกอบรมและการให้การศึกษาในระบบ; และการเร่งเร้าให้ประกาศพื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งการกระตุ้นการอนุรักษ์ในเชิงนโยบายทั้งระดับชาติและนานาชาติ แต่ที่สำคัญที่สุดคือกิจกรรมการอนุรักษ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และองค์กรเอกชน ซึ่งได้ทุ่มเทเสียสละทำงานเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่งเช่นกัน WCS และผู้ร่วมงาน ได้เก็บรวบรวบข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ที่จะเป็นพื้นฐานในการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์ จากบทเรียนที่เราได้รับจากการดำเนินงานในประเทศอินเดีย และรัสเซียตะวันออกไกล WCS ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการเพิ่มประชากรของเสือโคร่งสามารถทำได้จริง และประสบความสำเร็จ ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานเหล่านั้นจะมีการนำมาปรับและประยุกต์ใช้ ในพื้นที่หลักที่เสือโคร่งกระจายอยู่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ WCS เกี่ยวข้อง กรอบการทำงานอย่างยืดหยุ่นนี้ จะมีวงรอบของการตรวจวัดผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีการปรับแผนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ภายในตุลาคม 2549 ทุกๆพื้นที่ในโครงการเสือโคร่งชั่วนิรันดร์ จะพัฒนาระบบการตรวจวัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน บนพื้นฐานของแผนปฎิบัติงานเฉพาะที่มีตัวชี้วัด และเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับแต่ละพื้นที่

โครงการเสือโคร่งชั่วนิรันดร์ จะมีการจัดประชุมประจำปี ซึ่งถือเป็นความต่อเนื่องจากการประชุมที่อุทยานแห่งชาตินากาลาโฮเล อินเดีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 และเป็นการประชุมของเจ้าหน้าที่ WCS ที่ทำงานในพื้นที่อนุรักษ์เสือโคร่งทั่วโลก การประชุมนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จาก “แนวทางการทำงานแบบเน้นคุณภาพ (Best practices)”, ความสำเร็จ, และความท้าทายที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินโครงการ การประเมินผลความก้าวหน้าอย่างเป็นระยะๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่บ่งชี้ว่าเราทำงานมาถูกทางที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ และยังช่วยให้มีการปรับแก้ไขแนวทางการทำงานหากจำเป็น

พยายามระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการสร้างสรรค์นี้อย่างต่อเนื่อง WCS สามารถระดมทุนในเบื้องต้นเป็นเงิน US$10 ล้านเหรียญ (ประมาณ 370 ล้านบาท) เป็นทุนเริ่มแรก จากมูลนิธิเสือ Panthera Foundation โดยแบ่งเป็นจำนวนเงิน US$ 1 ล้านเหรียญต่อปีเป็นระยะเวลา 10 ปี แต่เพื่อที่จะให้การเพิ่มประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เป้าหมายรวมกันทั้งหมดอีก 50% ได้ผลอย่างจริง คาดว่าเราต้องการเงินทุนอีกประมาณ US$ 3 ล้านเหรียญต่อปี
 


 

 
© 2005 Wildlife Conservation Society Thailand Program. Click here for terms of use.