|
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กระแสการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าไม้
และ สัตว์ป่า เพิ่มความรุนแรงขึ้นจากสาเหตุที่ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้น
ชุมชนมีการพัฒนาขยายตัว ขยายการครอบครองพื้นที่มากขึ้น
จนกระทั่งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติส่วนใหญ่ของประเทศหมดสิ้นไป
กลายเป็นหมู่บ้าน รีสอร์ท และพื้นที่การเกษตร
จนกระทั่งประชิดติดชายขอบพื้นที่อนุรักษ์
ประกอบกับในพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งที่มีประชาชนอยู่อาศัยภายในพื้นที่
กำลังเผชิญกับปัญหาการขยายตัวของชุมชน พื้นที่ทำกิน
การล่าสัตว์ และการเก็บหาของป่า ในอัตราที่น่าวิตก
| |

ภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของชุมชนจนกระทั่งประชิดติดชายขอบพื้นที่อนุรักษ์ |
|
สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลให้การรักษาคุณภาพและองค์ประกอบของระบบนิเวศทางธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์ให้คงความสมบูรณ์ยั่งยืนเพื่อชนรุ่นหลัง
อาจไม่เป็นไปดั่งปณิธานที่ตั้งไว้ตามหลักการและเหตุผลในการตรากฎหมายพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ
และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
ถึงแม้ว่าความอยู่รอดของพื้นที่อนุรักษ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ
รวมทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม แต่ที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของงานลาดตระเวน
ที่จะหยุดยั้งหรือชะลอการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างไร้ขอบเขต
และกล่าวได้ว่างานลาดตระเวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์ถือเสมือนเป็นคำตอบสุดท้าย
ที่จะชี้เป็นชี้ตายต่อความอยู่รอดของพื้นที่อนุรักษ์ในอนาคต
| |

ตัวอย่างระบบการลาดตระเวนจากทวีปแอฟริกา
พื้นที่โซน 12
เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบการตรวจวัดการลาดตระเวน
ถึงแม้ว่าปริมาณการลาดตระเวนจะเพิ่มขึ้น
แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการล่าสัตว์ได้ ต่างจาก พื้นที่ โซน
11
ที่มีการลาดตระเวนอย่างเป็นระบบ |
|
ในเรื่องคุณภาพของงานลาดตระเวนนี้
ความเป็นจริงกลับปรากฏว่าการลาดตระเวนที่ทำมาแต่ดั้งเดิมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
มีลักษณะที่ไม่แตกต่างจากการลาดตระเวนของหน่วยป้องกันรักษาป่า
ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในอดีต ซึ่งเป็นไปอย่างไม่มีระบบ
ไม่สามารถตรวจวัดผลทั้งปริมาณและคุณภาพของการลาดตระเวนได้อย่างชัดเจน
และไม่สามารถต้านทาน
กระแสการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าแบบไร้ขอบเขตอย่างมีประสิทธิภาพได้
งานลาดตระเวนในพื้นที่ อนุรักษ์ส่วนใหญ่มักขึ้นอยู่กับทัศนะและความเอาใจใส่ของหัวหน้าหน่วยงานในระดับพื้นที่มากเกินไป
ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหัวหน้าหน่วยงาน ก็มีผลกระทบต่อคุณภาพของการลาดตระเวนในพื้นที่นั้นๆ
โดยปริยาย
คุณภาพของงานลาดตระเวนในพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่งกำลังตกต่ำสุดโทรมลง
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ขาดขวัญและกำลังใจ
ทำหน้าที่เพียงเฝ้าหน่วยฯ
และไม่ได้ลาดตระเวนตามภารกิจที่ควรจะเป็น
และขาดความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงาน
เป็นองค์กรที่เน้นการใช้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐานในการอนุรักษ์สัตว์ป่า
โดยเน้นการวางแผนระยะยาวให้เกิดความยั่งยืน เป็นระบบ และตรวจสอบได้
ในโอกาสนี้ จึงได้ขอความร่วมมือกับ
ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญด้านเทคนิคการลาดตระเวน
และได้ทำงานใกล้ชิดกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ
ในเรื่อง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)
ประเทศไทย ร่วมกับกองกำกับการฝึกอบรมพิเศษ 2
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดโครงการการสร้างเสริมประสิทธิภาพ
และเทคนิคการลาดตระเวนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า
เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบลาดตระเวนในพื้นที่อนุรักษ์ให้มีความเข้มแข็ง
และตรวจวัดได้
โดยนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเป็นช่วยพัฒนาระบบลาดตระเวน
ให้ได้มาตรฐานในระดับสากล
แต่ที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับข้าราชการที่รับผิดชอบพื้นที่อนุรักษ์
จนกระทั่งถึงระดับลูกจ้างชั่วคราวที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน
ให้มีศักยภาพ ตื่นตัว
มีขวัญและกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สมภาคภูมิในฐานะเป็น
ผู้พิทักษ์ป่า
เฝ้ารักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนสู่ชนรุ่นหลังอย่างแท้จริง
|