สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า มุ่งนำวิทยาการ เพื่องานอนุรักษ์สัตว์ป่า และพื้นที่ธรรมชาติ บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การให้การศึกษา และความร่วมมือระดับนานาชาติ การดำเนินงานลักษณะนี้มุ่งเปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์ต่อธรรมชาติ ทำให้มนุษย์กับสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งในระดับสังคมท้องถิ่น และสังคมโลก สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ยึดมั่นแนวทางนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นภาวะที่จำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราต้องรักษาให้สรรพชีวิตในโลก ให้คงอยู่ตลอดไป


ทนำ
การวิเคราะห์ปัญหา
แนวทางปรับปรุงคุณภาพการลาดตระเวน
การพัฒนาระบบการลาดตระเวนในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
 



 
การวิเคราะห์ปัญหา


งานลาดตระเวนตรวจปราบปรามผู้กระทำผิดในพื้นที่อนุรักษ์ ทั้งอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ในประเทศไทยที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลายาวนาน มีข้อที่ควรปรับปรุงที่จะต้องพิจารณา และแก้ไขหลายประการ ได้แก่


1. ขาดการตรวจวัดคุณภาพและปริมาณการลาดตระเวนอย่างเป็นระบบ หลายแห่งยังคงดำเนินการลาดตระเวนตามคำสั่งหรือสถานการณ์รายวัน ซึ่งทำให้รูปแบบไม่ต่างจากการตรวจปราบปรามของหน่วยป้องกันรักษาป่า ในพื้นที่ป่าสงวนในอดีต

2. ขาดการเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงาน กับปัจจัยคุกคามที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจัยคุกคามส่วนใหญ่เล็ดลอดจากการถูกจับกุมดำเนินคดี และปัจจัยคุกคามเหล่านี้จึงไม่อยู่ในกระบวนการทางสถิติของการวัดผลการลาดตระเวน

3. ขึ้นอยู่กับคำสั่ง คุณภาพ และความเห็นของผู้บังคับบัญชาในระดับพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งการออกคำสั่งไม่มีระบบข้อมูลช่วยในการตัดสินใจ

4. ขาดโครงสร้างของงานลาดตระเวนที่เข้มแข็ง และขึ้นอยู่กับคุณภาพและทิศทางการทำงานของหัวหน้าหน่วยงานมากเกินไป ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดทำให้งานลาดตระเวนอ่อนแอ หรือด้อยคุณภาพ

5. ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่มักจะเน้นการดำเนินงานในด้านการท่องเที่ยว และนันทนาการ ทำให้ทรัพยากรสัตว์ป่าถูกละเลย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ถูกใช้ไปในภารกิจการบริการและดูแลนักท่องเที่ยว จนกระทั่งระบบลาดตระเวนอ่อนแอลงอย่างน่าวิตก สัตว์ป่าถูกล่าโดยไม่สามารถตรวจวัดได้

6. ขาดระบบบำรุงขวัญและกำลังใจที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วไป เจ้าหน้าที่ระดับลูกจ้างชั่วคราวที่รับเข้ามาใหม่ส่วนใหญ่ไม่มีระบบการฝึกเตรียมความพร้อม ทำให้เจ้าหน้าที่ขาดสำนึกในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ดั้งเดิมตกอยู่ในสภาพขาดกำลังใจ หลายแห่งกำลังเป็นปัญหาเรื้อรังที่เจ้าหน้าที่อยู่ประจำแต่หน่วยฯ หรือลาดตระเวนเพียงระยะสั้นๆรอบหน่วยฯ

7. ขาดระบบการฝึกทบทวน เพื่อปรับปรุงศักยภาพทั้งร่างกาย และจิตใจให้พร้อมในการปฏิบัติงานลาดตระเวนอย่างมีประสิทธิ ภาพ และมีความภูมิใจในการปฏิบัติงาน

8. เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญพื้นที่อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะระดับพนักงานพิทักษ์ป่าหลายคนปลดเกษียณอายุไป หรืออยู่ในภาวะชราภาพ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่รับเข้ามาใหม่ มีความชำนาญในพื้นที่น้อยลง แต่วุฒิการศึกษาสูงกว่าแต่ก่อน ง่ายต่อการปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพ

9. ขาดการพัฒนาระบบการข่าว และฐานข้อมูลด้านการข่าว และความเคลื่อนไหวของกลุ่มพรานล่าสัตว์ และกลุ่มจ้างวานที่เกี่ยวข้อง
 

ปัญหาเฉพาะหน้ากับสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการลาดตระเวนที่ไม่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ค่อยๆลดลงจากการถูกเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่องแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์หลายแห่ง คือพื้นที่ป่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วดังเช่นแต่ก่อน เพราะมีหน่วยพิทักษ์ป่า และหน่วยพิทักษ์อุทยานสกัดการบุกรุกพื้นที่ไว้ที่ชายขอบพื้นที่อนุรักษ์ หรือในพื้นที่อนุรักษ์ที่มีหน่วยพิทักษ์ฯตั้งอยู่ แต่ประชากรสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามหลายชนิดยังคงถูกล่าและลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งเริ่มเข้าสู่ภาวะ “ป่าที่ว่างเปล่า (Empty Forest)” หรือป่าที่ปราศจากสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ป่าหลายแห่ง ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 
     

 

WCS in Thailand | Our Mission | Projects | Links |

© 2005 Wildlife Conservation Society Thailand Program. Click here for terms of use.