ปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบการลาดตระเวน
เพื่อการป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
โดยเฉพาะการอนุรักษ์สัตว์ป่า ในระดับนานาชาติ
โดยการนำเทคโนโลยีที่สำคัญคือ
ระบบบันทึกพิกัดจากดาวเทียม (GPS) ระบบฐานข้อมูล
(Database) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
มาเป็นองค์ประกอบหลักในการพัฒนาระบบการลาดตระเวน
ซึ่งแต่เดิมความรู้พื้นฐานที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน
คือ แผนที่ เข็มทิศ และการใช้อาวุธ
การพัฒนาการของงานลาดตระเวน เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า
ที่เกิดขึ้นในระดับสากล เช่น โครงการอนุรักษ์ช้าง MIKE
(Monitoring Illegal Killing of Elephants)
ซึ่งอยู่ภายใต้อนุสัญญา CITES หรือ โครงการเสือโคร่ง
Tigers Forever ภายใต้สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)
ได้พัฒนาระบบลาดตระเวนที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น
ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญคือ
มีการกำหนดการตรวจวัดสัตว์ป่าเป้าหมายในการลาดตระเวนอย่างชัดเจน
เช่น ช้าง เสือโคร่ง หรือเหยื่อของเสือโคร่ง
ซึ่งสัตว์ป่าเป้าหมายมักเป็นชนิดพันธุ์ที่ใช้พื้นที่หากินกว้าง
เป็นตัวแทนของชนิดป่าหลักในพื้นที่ อยู่ในภาวะที่ถูกคุกคามโดยมนุษย์
มีบทบาทที่ชัดเจนในระบบนิเวศ
และเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไป
มีระบบฐานข้อมูลการลาดตระเวนที่ได้มาตรฐานสากล
โดยมีรายละเอียดหลักคือ
- มีแบบฟอร์มมาตรฐานสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานที่เข้าใจง่าย
- มีการบันทึกเส้นทางการลาดตระเวน
- มีการบันทึกความถี่ของการลาดตระเวน
- มีการบันทึกชนิด การกระจาย และความเข้มข้นของปัจจัยคุกคาม
- มีการบันทึกชนิด การกระจาย
ของชนิดพันธุ์สัตว์ป่าเป้าหมาย
- มีระบบการรายงานทั้งที่เป็นตัวหนังสือ และแผนที่
มีระบบการฝึกเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน
ให้มีศักยภาพในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น GPS
และกล้องดิจิตอล
มีระบบการฝึกเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการลาดตระเวนและจัดกำลังลาดตระเวน
ให้มีศักยภาพในการใช้ฐานข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล
และวางแผนงานการลาดตระเวนบนพื้นฐานของข้อมูล
| |

ระบบการลาดตระเวนที่มีประสิทธิภาพ
ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน
มีการวางแผนการเดินลาดตระเวน
มีการบันทึกข้อมูลลงบนแบบฟอร์มมาตราฐาน
มีการบันทึกพิกัดและกล้องดิจิตอล
|
|
ปัจจัยสู่ความสำเร็จของระบบลาดตระเวน
1. เจ้าหน้าที่ระดับข้าราชการในพื้นที่
ต้องมีความจริงใจและโปร่งใส
และมุ่งหวังสร้างระบบการลาดตระเวนในพื้นที่ให้เป็นระบบ
และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง
2. เจ้าหน้าที่ระดับบังคับบัญชาระดับพื้นที่
ต้องยอมรับปัญหาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
และถูกบันทึกจากระบบลาดตระเวนแผนใหม่
และพร้อมที่จะวางมาตรการแก้ไขตามข้อมูล
เช่น ปัญหาการล่าสัตว์
โดยไม่ควรถือเป็นเรื่องเสียหายที่ควรปกปิด
3. เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ต้องมีการประชุมกับหัวหน้าชุดลาดตระเวนเป็นประจำ
เพื่อรับฟังความก้าวหน้า สถานการณ์
ช่วยวางแผนแก้ไขสถานการณ์
และวางแผนการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการลาดตระเวนอย่างจริงจัง
และเห็นว่าผลงานที่ได้ปฏิบัติไปมีการนำไปใช้ปรับปรุงระบบการลาดตระเวนโดยรวม
4. ผู้บังคับบัญชาระดับสูงควรให้โอกาสในการพัฒนาระบบลาดตระเวน
และมีการให้การปรึกษาหารือกับหัวหน้าหน่วยงานในระดับหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
หรือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติอย่างใกล้ชิด
ติดตามการรายงานตามระบบฐานข้อมูลการลาดตระเวน
โดยมิควรถือเอาเหตุการณ์ที่สัตว์ป่าถูกล่าเป็นครั้งคราวมาเป็นเรื่องข่มขวัญในการโยกย้ายข้าราชการ
หรือตำหนิการทำงาน
5. ผู้บังคับบัญชาระดับสูงควรเห็นความสำคัญในการสนับสนุนด้านขวัญและกำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน
ผ่านทางหัวหน้าหน่วยงานฯ เช่น
จัดระบบการฝึกทบทวนเป็นประจำ
จัดระบบปูนบำเหน็จเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในระดับลูกจ้างชั่วคราวที่เป็นระบบมากขึ้น
จัดหาค่าอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน
จัดหาอุปกรณ์การลาดตระเวนที่ได้คุณภาพ
กระบวนการพัฒนาบุคลากร
การพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า
เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาดำเนินการอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้หากต้องการให้การลาดตระเวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและหวังผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน
การพัฒนาบุคลากรจะต้องไม่ใช่การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนให้สามารถปฏิบัติงานได้เท่านั้น
แต่ต้องเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มกำลังเต็มความสามารถ
ภายใต้การสนับสนุนด้านความรู้ เทคนิค อุปกรณ์
และเสบียง อย่างเพียงพอ
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลาดตระเวนในระดับพื้นที่
ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พนักงานพิทักษ์ป่า
และข้าราชการในพื้นที่ จะต้องมีความรู้
ความเข้าใจในระบบ
และเทคนิคการลาดตระเวนเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะในระดับข้าราชการ
ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเป็นกลุ่มบุคลากรที่มีความสำคัญต่อคุณภาพของการลาดตระเวนในระดับพื้นที่โดยตรง
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการลาดตระเวน
มีความรู้ ความเข้าใจ
ถึงระดับที่สามารถวางแผนการดำเนินการลาดตระเวนบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงวิชาการ
สามารถตรวจติดตาม
และประเมินผลการลาดตระเวนได้อย่างเป็นระบบ
|
|