หัวข้อข่าว

โครงการฝึกอบรมเรื่องเทคนิคการสำรวจประชากรช้างโดยใช้การเก็บลักษณะพันธุกรรมจากกองมูล

   

ปัญหาและที่มา

ช้างป่าเอเชีย (Elephas maximus) ยังคงมีการแพร่กระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ในหลายพื้นที่ตลอดทั่วทั้งแนวการแพร่กระจายเดิม แต่ทว่าประชากรของช้างป่าเอเชียก็ถูกคุกคามอย่างหนักจากการลดลงของพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัย การล่า และปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง (Santiapillai & Jackson 1990; Sukumar, 1992, 2003; Duckworth & Hedges 1998; Blake & Hedges 2004, Hedges in press) ซึ่งทำให้ช้างป่าเอเชียนี้ถูกจัดว่าเป็นสัตว์ป่าที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในพื้นที่ธรรมชาติ (IUCN 2004) แต่ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับการกระจายและจำนวนประชากรที่แท้จริงยังค่อนขาดแคลน ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเพียงข้อมูลการคาดเดาโดยโดยอ้างอิงข้อมูลเดิมที่ใช้ต่อกันมา (Blake & Hedges 2004)

ในประเทศไทยข้อมูลการแพร่กระจายของช้างที่แสดงว่าพื้นที่ใดยังมีช้างอยู่ บ้างค้นหาได้ไม่ยากนัก แต่ข้อมูลเรื่องจำนวนประชากรหรือความหนาแน่นของประชากรช้างในแต่ละพื้นที่ ยังค่อนข้างขาดแคลน (Kemf & Santiapillai 1990; Lanka 2000) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ถึง ประมาณล้านแปดแสนไร่ และยังมีพื้นที่ป่าที่ต่อกับป่าขนาดใหญ่ในฝั่งพม่าจึงมีความเป็นไปได้ว่า พื้นที่ป่าแก่งกระจานนั้นอาจจะมีจำนวนประชากรช้างป่าที่มากที่สุดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (Leimgruber et al. 2003) แต่ทว่าจำนวนประชากรของช้างป่าในปัจจุบันของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยัง ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด มีเพียงข้อมูลการคาดเดาที่ใช้ต่อ ๆ กันเรื่อยมาว่าประชากรช้างป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 200 ตัว (Srikrachang 2003, ก่อคเณศ 2546) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลค่อนข้างเก่าและยังไม่เคยมีการสำรวจแนวโน้ม ของประชากรช้างป่าในพื้นที่ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร ดังนั้นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทยจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการสำรวจข้อมูลเกี่ยว กับการแพร่กระจายและขนาดจำนวนประชากรของช้างป่าในพื้นที่ที่อุทยานเพื่อนำ มาใช้ในการวางแผนการจัดการการอนุรักษ์ช้างป่าของแก่งกระจานที่เหมาะสมต่อไป

ในปีพ.ศ. 2549 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแนวการแพร่กระจายของ ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแล้ว ซึ่งจากการสำรวจทำให้ทราบว่าการแพร่กระจายของช้างป่าครอบคลุมพื้นที่โดย ประมาณเพียงแค่ 35% ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเท่านั้น ผลจากการสำรวจทำให้ทราบข้อมูลการใช้พื้นที่ของช้างว่ามีการใช้พื้นที่อยู่ บริเวณใดในพื้นที่อุทยานบ้าง แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากรของช้างในพื้นที่ อย่างไรก็ตามการสำรวจการกระจายของช้างในปี 2549 นั้นสามารถช่วยในเรื่องการตัดสินใจเลือกวิธีการที่จะใช้ในการสำรวจประชากร ของช้างที่เหมาะสมกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยการสำรวจประชากรช้างในพื้นที่นี้จะใช้วิธีการเก็บลักษณะพันธุกรรมจากกอง มูล ซึ่งเป็นเทคนิคการสำรวจช้างแนวใหม่ที่เริ่มได้รับการยอมรับจากนัก วิทยาศาสตร์ในหลายพื้นที่ (Hedges & Lawson 2006, Eggert et al 2003) วิธีการนี้เป็นการเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างจากขี้ช้างแล้วนำไปวิเคราะห์โครง สร้างทางพันธุกรรมเพื่อนำไปคำนวณและประเมินจำนวนประชากรช้างในพื้นที่ เนื่องจากการเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปวิเคราะห์โครงสร้างทางพันธุกรรมมีข้อ จำกัดและข้อควรระวังหลายได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการจัดการฝึกอบรมเทคนิคการสำรวจประชากรช้างโดยการเก็บ ลักษณะพันธุกรรมจากกองมูลขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่จะทำการสำรวจนี้มีความรู้ความเข้าใจในเทคนิควิธีการ สำรวจและทำการเก็บตัวอย่างจากกองมูลช้างอย่างถูกวิธี

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องหลักการการสำรวจประชากรช้างโดยใช้การเก็บลักษณะพันธุกรรมจากกองมูล
2. เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรียนรู้และฝึกวิธีการเก็บตัวอย่างจากกองมูลช้างเพื่อไปวิเคราะห์ลักษณะพันธุกรรมอย่างถูกต้องและถูกวิธี
3. เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความคุ้นเคยกับเทคนิคการสำรวจสัตว์ป่าที่ได้มาตรฐาน

ระยะเวลาในการฝึกอบรม
วันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2550

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 15 คน

วิทยากร
จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย 4 คน
จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) เอเชีย 1 คน
จากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2 คน

กำหนดการการฝึกอบรม
18 กุมภาพันธ์ 2550
7:30-8:30 รับประทานอาหารเช้า และลงทะเบียนรับเอกสารประกอบการฝึกอบรม
9:00-12:00 บรรยายหลักการและขั้นตอนการสำรวจประชากรช้างโดยใช้การเก็บลักษณะพันธุกรรมจากกองมูล และการกรอกข้อมูลในตารางบันทึกการเก็บตัวอย่างมูลช้าง
12:00-13:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-17:00 ออกฝึกการเก็บตัวอย่างมูลช้างเพื่อนำไปวิเคราะห์ลักษณะพันธุกรรมในภาคสนาม
18:00-19:00 รับประทานอาหารเย็น

19 กุมภาพันธ์ 2550
8:00-9:00 รับประทานอาหารเช้า และเตรียมตัวสำหรับการฝึกภาคสนาม
9:00-17:00 ออกฝึกการเก็บตัวอย่างมูลช้างเพื่อนำไปวิเคราะห์ลักษณะพันธุกรรมในภาคสนาม
18:00-19:00 รับประทานอาหารเย็น

20 กุมภาพันธ์ 2550
8:00-9:00 รับประทานอาหารเช้า และเตรียมตัวสำหรับการฝึกภาคสนาม
9:00-12:00 ออกฝึกการเก็บตัวอย่างมูลช้างเพื่อนำไปวิเคราะห์ลักษณะพันธุกรรมในภาคสนาม
12:00-13:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00-16:00 สรุปขั้นตอนการเก็บตัวอย่างจากมูลช้าง แนะนำวิธีการจัดเก็บตัวอย่างเพื่อส่งวิเคราะห์ และวางแผนการสำรวจ
17:00-18:00 รับประทานอาหารเย็น


เอกสารอ้างอิง

Blake, S., S. Hedges. 2004. Sinking the Flagship: the Case of Forest Elephants in Asia and Africa. Conservation Biology 18: 1191–1202.

Duckworth, J. W., S. Hedges. 1998. Tracking Tigers: A review of the Status of Tiger, Asian Elephant, Gaur, and Banteng in Vietnam, Lao, Cambodia, and Yunnan (China), with Recommendations for Future Conservation Action. WWF Indochina Programme, Hanoi, Vietnam.

Eggert, L.S., J.A., Eggert, D.S. Woodruff. 2003. Estimating population sizes for elusive animals: the forest elephants of Kakum National Park, Ghana. Molecular Ecology 12: 1389–1402.

Hedges, S. In press. Conservation. Chapter 29 in Fowler, M.E. & S.K. Mikota [Eds] Biology, Medicine and Surgery of Elephants. Blackwell Publishing.

Hedges, S., Lawson, D. 2006. Dung-based Population Survey Standards for the MIKE Programme. CITES MIKE Programme, Central Coordinating Unit, PO Box 68200, Nairobi, Kenya.


IUCN–The World Conservation Union, 2004. 2004 IUCN Red List of Threatened Species. On the World Wide Web: http://www.redlist.org (accessed on 6 December 2004).

Kemf, E., & C. Santiapillai. 2000. Asian Elephants in the Wild: A WWF Species Status Report. WWF-World Wide Fund for Nature, Gland, Switzerland.

Lanka, K. 2000. Action Plan for Asian Elephant in Thailand 1999–2001. Siam Thong Kit Company. Bangkok, Thailand.

Leimgruber, P., J. B. Gagnon, C. M. Wemmer, D. S. Kelly, M. A. Songer, & E. R. Sellig. 2003. Fragmentation of Asia’s remaining wildlands: implications for Asian elephant conservation. Animal Conservation 6: 347–359.

Santiapillai, C., P. Jackson. 1990. The Asian Elephant: An Action Plan for its Conservation. IUCN/SSC Asian Elephant Specialist Group, Gland, Switzerland.

Srikrachang, M.2003. Conservation and management of Elephant (Elephant maximus) in Thailand. Faculty of Graduate studies. Mahidol University.

Sukumar, R. 1992. The Asian Elephant: Ecology and Management, 2nd edn. Cambridge University Press, Cambridge, UK.

Sukumar, R. 2003. The Living Elephants: Evolutionary Ecology, Behavior, and Conservation. Oxford University Press, Oxford, UK.

ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ. 2546. คชป.? คนช้างป่า. โครงการ ป่ายัง ช้างอยู่ คู่คน. สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

 
© 2005 Wildlife Conservation Society Thailand Program. Click here for terms of use.