หน้าหลัก>Elephant Surveys and Human-Elephant Conflict

โครงการการสำรวจช้างเอเซียและการลดปัญหาขัดแย้งคนกับช้างป่า
ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ประเทศไทย
Asian Elephant Surveys and Human-Elephant Conflict Mitigation
in Kaeng Krachan National Park, Thailand
 

          สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในการทำงานแก้ปัญหาช้างป่าที่ออกมาทำลายพืชผลในพื้นที่ด้านนอกทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สมาคมฯ พยายามพัฒนาวิธีการที่ช่วยบรรเทาปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนเพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับพื้นที่อื่นที่มีปัญหาคล้ายคลึงกันในภูมิภาค โครงการนี้มีดร.ไซมอน เฮดเจส ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างเอเชียของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ

ผู้ปฏิบัติงานในโครงการ

1. พันทิภา พัฒนแก้ว
2. นายเพชร มโนปวิตร
3. ทองใบ เจริญดง
4. ศุภกิจ วินิจพรสวรรค์

5.
นนท์ เขียวหวาน
6. สยาม ยอดยิ่ง
7. บุญช่วย หงษ์ทอง
 
8. สุหัส คงสบาย
9. ประเทิน เชยสวัสดิ์
10.ไพโรจน์ บำเพ็ญเพียรธรรม


ระยะเวลาในการรายงาน เมษายน พ.ศ. 2547 – พฤษภาคม พ.ศ. 2548

เป้าหมายที่คาดว่าจะทำในโครงการนี้

                     สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน และชาวบ้านที่ประสบกับปัญหาช้างป่าออกมากินพืชไร่ พืชสวนของตน ในการหา ทางแก้ไขและบรรเทาปัญหาเรื่องช้างป่านี้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ซึ่งสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าได้รับการแต่งตั้งให้เป็น หนึ่ง ในคณะกรรมการ การแก้ไขปัญหาช้างป่าออกมากินพืชไร่ ในตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และมี การประชุมรายงานความคืบหน้าโครงการ ทุก ๆ 2 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2547 โดยทางสมาคมอนุรักษ์ สัตว์ป่า จะให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องการสำรวจ ศึกษา เก็บข้อมูล อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และเป็นระบบเพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งหาวิธีการและมาตรการป้องกันช้างป่ารูปแบบ ใหม่ ๆ มาทดลองใช้ในพื้นที่

เป้าหมายในการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจะมีอยู่ด้วยกัน 3 หัวข้อใหญ่ ๆ คือ
              1. การศึกษาเรื่องปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของช้างในพื้นที่ป่าการสำรวจโป่ง แหล่งน้ำ และพืชอาหาร
              2. การศึกษาเรื่องสถานการณ์ ความ เสียหายของพืชผลทางการเกษตรที่เกิดจากช้างป่าบุกเข้าพื้นที่ของเกษตรกร 
              3. การศึกษาการกระจาย และจำนวนของช้างป่าในพื้นที่ป่า

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
              1. รวบรวมข้อมูลด้านสถานการณ์ของปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่
              2. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับช้างป่า และปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของช้างป่าในพื้นที่ป่าอุทยานฯ แก่งกระจาน
              3. หามาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่เหมาะสมและยั่งยืน

ผลความก้าวหน้าของการดำเนินงาน แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่

1. ระยะที่ 1 ตั้งแต่เดือน เมษายน - ธันวาคม พ.ศ. 2547
              
              ปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ช่วงวันที่ 26 เมษายน – 6 พฤษภาคม สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าได้จัดการฝึก อบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่จะทำการเก็บข้อมูลเรื่องโป่ง กับแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าในหัวข้อเรื่องการอ่านแผนที่ การใช้เข็มทิศ การใช้เครื่องบอกพิกัดบนพื้นโลก (GPS) และเทคนิคการ เก็บข้อมูลเรื่องโป่งแหล่งน้ำ และพืชอาหารช้าง ซึ่งมีการฝึกอบรมทั้งในห้องเรียน และฝึกปฏิบัติจริงในภาคสนาม โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างทักษะ และเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในการเก็บข้อมูลเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งได้ทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ไปแล้วทั้งสิ้น15 นาย และได้รับเลือกมาทำงานร่วมกับทีมของ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) 8 นาย โดยแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 4 นาย รวมเจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าทีมล่ะ 1 คน การเก็บข้อมูลโป่งแหล่งน้ำ และปัจจัยที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของช้างป่า นี้ได้เริ่มทำการเก็บข้อมูลในช่วงเริ่มฤดูฝน ซึ่งได้ทำการเดินป่าสำรวจทุกวันจันทร์ – ศุกร์ นับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2547 ซึ่ง ถือว่าการสำรวจโป่ง แหล่งน้ำในพื้นที่ป่าแก่งกระจานตอนใต้ในช่วงฤดูฝนนั้นแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังต้องมีการสำรวจในช่วงฤดูแล้งอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันแหล่งน้ำที่มีอยู่ในป่า การสำรวจเรื่องนี้ ในช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มอีกครั้ง ในเดือนกุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2548 นี้

                 การศึกษาดูงานการแก้ปัญหาแนวใหม่ ทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ คุณพันทิภา พัฒนแก้ว ซึ่งเป็นผู้จัด การโครงการการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ในพื้นที่ป่าแก่งกระจานไปศึกษาดูงานเรื่องมาตรการการศึกษาและวิธีการป้องกันช้าง โดยการทำรั้วพริกที่ประเทศแซมเบีย ทวีปแอฟริกา เมื่อวันที่ 21 – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ประกอบกับทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ คุณพันทิภา พัฒนแก้ว ผู้จัดการโครงการฯ ไปฝึกอบรมเรื่องเทคนิคการสำรวจช้าง และการเก็บข้อมูล เรื่องความเสียหายของพืชเกษตรอันเกิดจากช้างป่าที่ประเทศสปป.ลาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนา และประ ยุกต์ใช้ ในพื้นที่แก่งกระจานที่กำลังประสบปัญหานี้

                 การประชุมของคณะทำงานแก้ปัญหาช้างที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ในวันที่14 ตุลาคม พ.ศ. 2547 สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำเสนอผลการสำรวจโป่ง แหล่งน้ำในช่วงฤดูฝนให้กับคณะกรรมการทราบ ซึ่งเสนอว่าต้องมีการสำรวจอีกครั้งในช่วงฤดูแล้ง พร้อมกันนั้น ทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เสนอว่าน่าจะมีการเก็บข้อมูล เรื่องความเสียหายของพืชเกษตร ที่เกิดจากช้างป่าที่เกิดในพื้นที่นี้ด้วย เนื่องจากยังไม่เคยมีการเก็บข้อมูลกันอย่างจริงจังและข้อมูลเรื่องนี้ยังสามารถนำมาวิเคราะห์ปัญหา และหาทางบรรเทาลดปัญหาได้ โดยทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จะร่วมรับผิดชอบโครงการเก็บข้อมูลเรื่องความเสียหายนี้

                การฝึกอบรมทีมเก็บข้อมูลความเสียหาย ซึ่งทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ทำการฝึกอบรมหัวข้อเรื่อง การอ่านแผนที่ การใช้เข็มทิศ และการใช้เครื่องบอกพิกัดบนพื้นโลก (GPS) ให้กับเจ้าหน้าที่ที่จะทำการเก็บข้อมูล เรื่องความเสียหายเมื่อวันที่ 9 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 และเมื่อวันที่ 18 – 23 พฤศจิกายน สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) Dr. Simon Hedges มาช่วยทำการฝึกอบรมเทคนิคการเก็บข้อมูล เรื่องความเสียหายของพืชเกษตรที่เกิดจากช้างป่าให้กับเจ้าหน้าที่ของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมกับได้มีการจัดการประชุมชาวบ้านเพื่อแจ้งให้ชาวบ้านทราบถึงการทำงานของทีมงานทั้งหมด และรับฟังสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาช้างที่ได้เรียนรู้จาก ประเทศแซมเบีย ให้กับชาวบ้านฟัง ซึ่งชาวบ้านให้การสนใจมาก และจะมีการทดลองทำในเดือน กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2548

                การเก็บข้อมูลความเสียหาย หลังจากทำการฝึกอบรมแล้ว ทีมสำรวจได้เริ่มทำการเก็บข้อมูลความเสียหายจากช้างที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ โดยเริ่มเก็บตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะทำการเก็บข้อมูลความเสียหายนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี
การประชุมรายงานผลความก้าวหน้าโครงการฯ ทุก 2 เดือน สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าได้เข้าร่วมประชุม คณะทำงานโครงการช้าง ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี โดยได้ทำการรายงานเกี่ยวกับงานที่ทำผ่านมาทั้งหมด และเสนองานที่จะทำในอนาคตให้กับนายอำเภอแก่งกระจานคนใหม่รับทราบ การประชาสัมพันธ์โครงการฯ ด้านสื่อต่างๆ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2547 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้จัดงานดลตรีเพื่อช้างขึ้นที่โรงเรียนแก่งกระจานวิทยา เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่ทำอยู่ และเป็นส่วนหนึ่งเพื่อหาเงินรายได้ให้กับโครงการฯ ซึ่งทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดนิทรรศการ และนำเสนอสถานการณ์ปัญหาพร้อมทั้งแนวทางการดำเนินการเพื่อการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

2. ระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือน มกราคม – พฤษภาคม 2548
                สืบเนื่องจากการทำงานที่ได้ทำอย่างต่อเนื่องมาแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม 2548 ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว คือ

1. กิจกรรมการสำรวจโป่งและแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าอุทยานแก่งชาติแก่งกระจานตอนใต้ช่วงหน้าแล้ง
                ซึ่งสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในการเดินสำรวจในพื้นที่ป่าและชายขอบป่าเพื่อหาแหล่งน้ำและแหล่งโป่งที่อยู่ในพื้นที่ โดยจะมีการบันทึกพิกัดและรายละเอียดต่างๆ ที่พบเห็นและนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ใส่ลงคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลต่อไป การสำรวจในช่วงหน้าแล้งเป็นการเดินสำรวจทุกวันจันทร์-ศุกร์โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์-พฤษภาคม ขณะนี้การเดินสำรวจเสร็จสิ้นแล้วเหลือแต่การรอวิเคราะห์ผล

2. กิจกรรมการเก็บข้อมูลความเสียหายที่ช้างป่าออกมากินพืชเกษตรของชาวบ้านในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
                เป็นกิจกรรมที่มีการทำงานต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2547 คือเป็นการทำงานร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งจะมีทีมสำรวจข้อมูลความเสียหายออกสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานทุกวันจันทร์-วันศุกร์ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน และจะทำการเก็บข้อมูลนี้ไปอย่างน้อยจนครบรอบ 1 ปี ขณะนี้รวบรวมความเสียหายได้ทั้งหมด 339 ครั้ง และอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลระดับและมูลค่าความเสียหายในรอบ 6 เดือน

โครงการยังมีการทำกิจกรรมย่อย ๆ คือ

• จัดประชุมกับชาวบ้านบริเวณรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2548 และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยสัตว์ใหญ่เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2548 เพื่อประชาสัมพันธุ์และอธิบายให้เข้าใจถึงรูปแบบ วัตถุประสงค์และเป้าหมายของงานที่ทีมสำรวจกำลังปฏิบัติ

• นำตัวอย่างพริกแห้งที่คาดว่าเผ็ดที่สุดไปทดสอบหาค่าระดับความเผ็ด โดยส่งไปทำการวิเคราะห์ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และได้ผลการวิเคราะห์กลับมาแล้ว

• ไปทดสอบประสิทธิภาพของรั้วพริกที่จะนำมาใช้ในการป้องกันช้าง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้มาจากการทดลองใช้พริกในการป้องกันช้างที่ประเทศซิมบัควีทวีปแอฟริกา แนวคิดนี้เป็นแนวความคิดหนึ่งที่จะนำมาจัดการกับปัญหาในพื้นที่แก่งกระจานแต่ยังไม่เคยมีการทดลองแนวความคิดนี้ในประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงนำแนวคิดนี้ไปทดลองกับช้างเลี้ยงที่ปางช้างอยุธยา โดยมีการประยุกต์โดยใช้พริกที่มีอยู่ในประเทศไทยแทน

ร้อยละของการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

             ขณะนี้ความว่าดำเนินการมาได้แล้วประมาณร้อยละ 30 ของโครงการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ เนื่องจากขณะนี้เพิ่งจะเสร็จสิ้นโครงการสำรวจโป่งและแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าแก่งกระจานตอนใต้ การเก็บข้อมูลเรื่องความเสียหายก็เก็บได้ 6 เดือนแล้ว ยังเหลือกิจกรรมในเรื่องการประเมินเทคนิคที่เหมาะสมเพื่อสำรวจประชากรช้างป่า ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน การทำแผนที่การกระจายของช้างป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และการหามาตรการในการลดผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่นี้ ซึ่งคาดว่ากิจกรรมที่กล่าวมานี้อาจจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้หรือปีหน้า


ปัญหาและอุปสรรค


1. งบประมาณในการทำงานมีน้อยต้องคอยหางบประมาณเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา

2. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานให้ความร่วมมือกับทางสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯมีน้อยอยู่แล้วทำให้การจัดเจ้าหน้านี้มาร่วมเก็บข้อมูลกับทางสมาคมฯ ทำได้ไม่ครบถ้วน ถ้าทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช มีนโยบายในการเพิ่มกำลังเจ้า หน้าที่เพื่อมาทำงานด้านวิชาการ จะทำให้งานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทำงานได้รวดเร็วขึ้น

3. เนื่องจากโครงการมีเงินจำนวนไม่มากทำให้ขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นหลายอย่าง เช่นวิทยุสื่อสาร ซึ่งมีความจำเป็นมากในการติดต่อสื่อสาร เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในพื้นที่ป่า ยาน พาหนะ ในการทำงาน มีไม่เพียงพอ ทำให้การทำงานทำได้ลำบากและบางครั้งต้องมีการใช้ยายพาหนะส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

4. เนื่องจากพื้นที่ที่ประสบปัญหาเป็นพื้นที่ที่คาบเกี่ยวระหว่าง 2 จังหวัด คือในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้เกิดความติดขัดในการประสานงานระหว่าง หน่วยงานราชการทั้งสองอำเภอและสองจังหวัดทั้งในเรื่องของงบประมาณในการหาวิธีการบรรเทาปัญหา และในเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านในการเปลี่ยน แปลงอาชีพ ที่ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการถูกช้างป่าออกมารบกวน

Download a printable Project
** รายงานความก้าวหน้าสถานการณ์ปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างคนและช้างที่เกิดขึ้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
 

 
© 2005 Wildlife Conservation Society Thailand Program. Click here for terms of use.