รางวัลนวัตกรรมท้องถิ่นไทย ครั้งที่ 1
รางวัลนวัตกรรมท้องถิ่นไทย ครั้งที่ 1
หมู่ 8 บ้านละเมาะ ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2553 เวลา 13:00 -15:00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานในพิธีเปิดการมอบรางวัลนวัตกรรมท้องถิ่นไทย ครั้งที่ 1 โดยในครั้งนี้ พื้นที่หมู่ 8 บ้านละเมาะ ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเชิญเข้าร่วมรับรางวัลดีเด่นในโครงการ “ป้องกันและบรรเทาปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างบ้านป่าละเมาะ” ทั้งนี้ นายสุรศักดิ์ ดุสิตสิทธิพร นายก อบต.หนองพลับ เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล โดยมี นางพัชรวรรณ ประจวบเหมาะ ปลัด อบต. นายชาญ ยิ้มรอด ส.อบต พร้อมด้วย ดร.ชุติอร ซาวีนี รองผู้อำนวยการ และนายทองใบ เจริญดง ผู้ประสานงานโครงการอนุรักษ์ช้างและการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า(WCS) ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดี

โครงการป้องกันและบรรเทาปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าบริเวณพื้นที่บ้านละเมาะ ตำบลหนองพลับ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2551 ภายหลังจากที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทยและอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลสถานการณ์ระหว่างคนกับช้างป่า มากว่า 5 ปี ในระหว่างการศึกษาข้อมูลได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคนิคและประสบการณ์และนำมาปรับใช้ในพื้นที่ ทั้งนี้ การศึกษาข้อมูลพื้นที่ในเบื้องต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในโครงการอนุรักษ์ช้างและการจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และผลจากศึกษาทำให้ทราบว่า บริเวณพื้นที่หมู่ 8 บ้านละเมาะ และหมู่ 5 บ้านห้วยแร่-มะค่าสี่ซอง ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีปัญหาช้างออกมาบุกกินและทำลายพืชผลทางการเกษตรได้ความเสียหาย มีเกษตรกรที่รับผลกระทบกว่า 50 ราย และพื้นที่แปลงเกษตรได้รับความเสียหาย ประมาณกว่า 200 ไร่ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกสัปปะรด และยางพารา

เมื่อได้ทราบถึงข้อมูลอันเป็นประโยชน์ทั้งคนและสัตว์ป่าแล้ว จึงได้แนะนำวิธีการเพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาความเดือดของชุมชนบ้านละเมาะ และร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพลับ พัฒนาโครงการ การจัดการปัญหาระหว่างคนกับสัตว์ป่า ในรูปแบบใหม่ โดยผสมผสานกันระหว่างการป้องกันแบบขับไล่ และการป้องกันแบบสร้างสิ่งกีดขวางกึ่งถาวร เป็นแนวรั้วป้องกันที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีอันตรายทั้งคนและสัตว์ป่า หลังจากดำเนินโครงการก่อสร้างแนวรั้วติดตั้งสัญญาณเตือนภัย แล้วหอเฝ้าระวังช้างป่าแล้ว จึงให้ชุมชนมีส่วนร่วมช่วยกันดูแล เฝ้าระวังช้างป่า และปลูกไม้สนเป็นแนวรั้วธรรมชาติ โดยให้ชุมชนดูแล ในช่วงแรกเป็นเวลา 1-3 ปี และใน 4 -7 ปี ที่ผ่านมาใช้เงินงบประมาณดำเนินโครงการจากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพลับ เป็นทุนหลักทุกปี หลังจากดำเนินโครงการ มาเป็นระยะเวลา กว่า 2 ปี ปัจจุบันสามารถป้องกันและบรรเทาปัญหาช้างป่าเข้ามาบุกกินหรือทำลายพืชผลทางการเกษตร ทำให้เกษตรกรหลายรายหันกลับเข้ามาปลูกพืชทำกินในบริเวณพื้นที่แปลงเกษตรเดิมได้ตามปรกติ เนื่องจากไม่มีปัญหาช้างป่าออกมารบกวน

เนื่องจากชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชุมชนมีความพร้อมใจกันดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้นำชุมชนและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้ความสนใจสนับสนุนด้านนโยบาย และสนับสนุนเงินงบประมาณอย่างต่อเนื่องทุกปี โครงการดังกล่าว จึงเป็นโครงการนำร่องในพื้นที่ทั้ง 4 ตำบล และมีผู้มาเยี่ยมชมศึกษาดูงานจากหลายหน่วยงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ เช่น นักวิทยาศาสตร์จากประเทศ อเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ จีน และภูฏาน

ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองพลับเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดการปํญหาดังกล่าว จึงจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินการในโครงการป้องกันและบรรเทาปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าไว้เป็นอันดับต้นๆ และดำเนินการอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยมีการรายงานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบ จนเมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตัวแทนจากกว่า 170 โครงการ ทั้งจากภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ตำบลหนองพลับจึงเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลลำดับที่ 1 ใน 6 พื้นที่ได้รับรางวัล นวัตกรรมท้องถิ่นไทย ในครั้งนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลบนเวทีและเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการพร้อมคณะผู้ติดตาม
เรื่องและภาพประกอบ: นายทองใบ เจริญดง
เรียบเรียงและพิสูจน์อักษร: นางสาวณัฐินี เจรจาศิลป์
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประทศไทย