New generations of wildlife biologist Training

การฝึกอบรมเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่า

ภายใต้โครงการ

การฝึกอบรมนักวิจัยรุ่น ใหม่
New generations of wildlife biologist Training


สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทยได้ร่วมงานกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ในโครงการสำรวจประชากรเสือโคร่งระยะยาว โดยเริ่มต้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งภายใต้ โครงการการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งได้วางระบบการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera trapping) และวิเคราะห์โดยวิธี Capture-Recapture Analysis ตามวิธีการของ Karanth and Nichole (2002) ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจุบัน หลังจากนั้นได้มีการขยายการดำเนินงานออกไปยังพื้นที่ข้างเคียงภายใต้ โครงการอนุรักษ์เสือโคร่งในผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ในส่วนของการดำเนินงานด้านการศึกษาประชากรเสือโคร่งโดยเริ่มที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2549 และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก จ. ตาก ในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่เป็นผืนป่ามรดกโลกและเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่ประมาณ 11.7 ล้านไร่ (18,000 ตร.กม.) ผลการคำนวณทางสถิติพบว่า เฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งซึ่งมีการศึกษาติดตามประชากรของเสือโคร่งทุกปีมีเสือโคร่งอยู่ประมาณ 80-100 ตัว ส่งผลให้ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์เสือโคร่งในระดับสากล

เสือโคร่งเป็นสัตว์ผู้ล่าที่อยู่ปลายสุดของห่วงโซ่อาหาร เหยื่อจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของประชากรเสือโคร่ง จากการศึกษาของ อัจฉรา (2543) พบว่าเหยื่อหลัก 5 ชนิดของเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้แก่ วัวแดง กวาง เก้ง กระทิง และหมูป่า ในปัจจุบันข้อมูลจากการติดตามเสือโคร่งด้วยสัญญาณวิทยุในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งบอกให้รู้ว่าเสือโคร่งหนึ่งตัวจะกินเหยื่อประมาณสัปดาห์ละ 1 ตัว จึงอาจกล่าวได้ว่า ในหนึ่งปีเสือโคร่งจึงต้องการเหยื่ออย่างน้อยที่สุด 54 ตัว ดังนั้น การจะรักษาประชากรเสือโคร่งในผืนป่าทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้งให้อยู่ในระดับที่ไม่น้อยลงไปกว่านี้ ผืนป่าแห่งนี้จำเป็นต้องผลิตเหยื่อของเสือโคร่งให้ได้ประมาณ 4,300 ? 54,000 ตัว ในทุกๆปี การติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณเหยื่อของเสือโคร่งโดยการเดินสำรวจบนเส้นสำรวจ (line transect) และคำนวณความหนาแน่นของเหยื่อด้วยวิธีการ Distance Sampling โดยใช้โปรแกรม Distance จึงได้เริ่มขึ้นควบคู่ไปกับการศึกษาประชากรเสือโคร่ง โดยเริ่มต้นจาก การศึกษาประชากรเหยื่อของเสือโคร่งในผืนป่าห้วยขาแข้ง และยังได้ขยายผลการศึกษาออกไปยังพื้นที่ข้างเคียงภายใต้โครงการ การศึกษาประชากรเหยื่อของเสือโคร่งในผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

ผลจากการทำงานอย่างยาวนานและจริงจังโดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และสถิติเข้ามาเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด จึงเกิดเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่ควรได้รับการเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจในการศึกษาด้านสัตว์ป่าได้รับทราบเพื่อใช้เป็นแนวทางในการนำไปประกอบใช้ในการศึกษาวิจัยต่อไป สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทยจึงร่วมมือกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำจัดทำ โครงการฝึกอบรมเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่า โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ที่นิสิต นักศึกษา นักวิจัยและนักวิชาการด้านสัตว์ป่าที่สนใจในการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาด้านประชากรของสัตว์ป่า โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 179 คน ดังนี้

Table2

ติดตามรายงานการดำเนินกิจกรรมในโครงการ >>

-? โครงการฝึกอบรมเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและเหยื่อ รุ่นที่ 4
(The 4th Training Course on Tiger and Prey Population Monitoring)Techniques

-? โครงการฝึกอบรมเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและเหยื่อ รุ่นที่ 5
(The 5th Training Course on Tiger and Prey Population Monitoring)Techniques

- โครงการฝึกอบรมเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและเหยื่อ รุ่นที่ 6
(The 6th Training Course on Tiger and Prey Population Monitoring)Techniques

โครงการฝึกอบรบเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่ารุ่นที่ 7
(The 7th Training Course on Tiger and Wildlife Population Monitoring Techniques)

- โครงการฝึกอบรบเทคนิคการตรวจวัดประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่ารุ่นที่ 7

(The 7th Training Course on Tiger and Wildlife Population Monitoring Techniques)