มูลเสือโคร่ง กับภาพสะท้อนทางพันธุกรรม

โดยทั่วไปแล้ว การนับจำนวนประชากรเสือโคร่งอาจทำได้โดยการจำแนกเสือโคร่งแต่ละตัวจากรูปแบบของลายข้างลำตัว เนื่องจากเสือโคร่งแต่ละตัวจะมีรูปแบบของลายทั้งสองข้างลำตัวเป็นลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไป แต่วิทยาการล่าสุดเปิดเผยว่า มูลของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้ ยังสามารถนำมาวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อหาลักษณะเฉพาะซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุจำนวนประชากรเสือโคร่งได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

จากภาพ นักวิทยาศาสตร์จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) กำลังทำการสุ่มเก็บตัวอย่างมูลเสือโคร่งเพื่อบันทึกและประเมินจำนวนประชากร

Tiger0908_01

ในอดีต เราเก็บ DNA จากตัวอย่างเลือดหรือเนื้อเยื่อของเสือโคร่งโดยการยิงยาสลบ ในขณะที่เทคนิคใหม่นี้มีข้อดี คือ จะไม่เป็นการรบกวนเสือ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพมากกว่าในด้านการประเมินความสำเร็จของการอนุรักษ์เสือโคร่งในอนาคต

การศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Biological Conservation ฉบับวันที่ 16 มิถุนายน คณะผู้ศึกษาประกอบด้วย K. Ullas Karanth, N. Samba Kumar และ Arjun M. Gopalaswamy จาก สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) และศูนย์การศึกษาสัตว์ป่า, Anish Andheria และ  Uma Ramakrishnan รวมทั้งศูนย์ชีววิทยาแห่งชาติ แห่งประเทศอินเดีย

“การศึกษานี้ถือเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาตร์อีกขั้นหนึ่งในการตรวจนับประชากรเสือโคร่ง ซึ่งจะเป็นเสมือนดรรชนีชี้วัดความสำเร็จในด้านการอนุรักษ์ด้วย” Dr. Ullas Karanth นักวิจัยเสือโคร่งของ WCS กล่าว “เทคนิคนี้จะช่วยให้นักวิจัยสามารถนำเสนอผลการศึกษาจำนวนประชากรเสือโคร่งในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำยิ่งกว่าที่ผ่านมา”

พื้นที่ที่ใช้ทำการศึกษาดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Bandipur ในรัฐ (Karnataka) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Western Ghats ประเทศอินเดีย และเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยในระยะยาวของ WCS ซึ่งมีประชากรเสือโคร่งอาศัยอยู่อย่างชุกชุม คณะผู้ศึกษาได้สุ่มเก็บตัวอย่างมูลเสือโคร่งจำนวน 58 ตัวอย่าง ที่มีลักษณะของยีนส์ต้นแบบที่เด่นชัด จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์หา DNA แล้วจึงนำไปประมวลผลด้วยต้นแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อน ผลที่ได้จากการวิเคราะห์ DNA จะถูกนำมาตรวจสอบอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยการเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากกล้องดักถ่ายที่สามารถถ่ายภาพเสือโคร่งแต่ละตัวได้จากระยะไกล ซึ่งภาพจากกล้องดักถ่ายจะช่วยให้นักวิจัยสามารถระบุตัวเสือแต่ละตัวได้จากลายพาดกลอน แม้ว่าการประเมินประชากรเสือโคร่งจากกล้องดักถ่ายยังคงทรงประสิทธิภาพและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับอยู่จนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ดี สำหรับพื้นที่ที่มีประชากรเสือน้อยเกินไปหรือในพื้นที่ที่มีลักษณะทางภูมิประเทศไม่เอื้ออำนวย การนำเทคนิคดังกล่าวมาใช้อาจจะไม่เหมาะสม

“ในมุมมองของพวกเรา ตัวอย่างทางพันธุกรรม คือเครื่องมือที่มีค่าที่จะสามารถนำมาใช้ประเมินความหนาแน่นของประชากรเสือในพื้นที่ชุ่มน้ำป่าโกงกางอย่าง Sundarban ในรัสเซียตะวันออกไกลและพื้นที่ป่าดงดิบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการตั้งกล้องดักถ่ายอาจใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากข้อจำกัดในความหลากหลายของสภาพพื้นที่” Karanth กล่าว

สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) โดยความร่วมมือของรัฐบาลอินเดีย และกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นได้ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์เสือโคร่งใน Western Ghats มาแล้วอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลากว่าสองศตวรรษ

18 มิถุนายน 2552

ที่มา :  http://www.wcs.org/new-and-noteworthy/the-straight-poop.aspx

ณัฐินี   เจรจาศิลป์  :    แปลและเรียบเรียง
WCS Thailand Program