Occupancy in WEFCOM

กิจกรรมการศึกษาสถานภาพและการกระจายของเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก

Tiger Protection and Distribution Monitoring
in Western Forest Complex

หลักการและเหตุผล

โครงการการศึกษาการกระจายและการติดตามประชากรเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก (Tiger Protection and Distribution Monitoring in the Western Forest Complex, Thailand) ดำเนินการโดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย โดยเน้นการศึกษาและวิจัยทั้งเชิงวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการอนุรักษ์เสือโคร่งอย่างยั่งยืน ในระดับผืนป่า (Landscape Level) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ป่าตะวันตก (WEFCOM) ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์เสือโคร่ง ในระดับโลก

ความสำคัญต่อการศึกษาการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อของเสือโคร่ง

กรณีการศึกษาการกระจายของเสือโคร่ง ในผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย เนื่องด้วยผืนป่าตะวันตกซึ่งเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่า และมีการกระจายของเสือโคร่งในระดับที่ดีหรือมีการกระจายมากที่สุดในบริเวณพื้นที่แกนกลางของผืนป่าแห่งนี้ อันได้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง (HKK) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก (TYE) ?และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก (TYW) นอกจากนี้ผืนป่าตะวันตกยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ รวมทั้งเหยื่อของเสือโคร่งด้วย ดังนั้นการศึกษาการกระจายของเสือโคร่งทั้งผืนป่าตะวันตก จึงมีส่วนช่วยให้เราสามารถบอกถึงปริมาณความหนาแน่นของเสือโคร่ง ตลอดจนศักยภาพของพื้นที่ที่จะอนุรักษ์เสือโคร่ง ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามใกล้สูญพันธุ์ การศึกษาดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับโลกต่อไปในอนาคต

เป้าหมายของการศึกษาการกระจายของเสือโคร่ง

สืบเนื่องจากประสิทธิผลของโครงการศึกษาวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชากรเสือโคร่งและเหยื่อของเสือโคร่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น โครงการผืนป่าแห่งชีวิต Living Landscape program และ โครงการเสือโคร่งชั่วนิรันดร์ Tiger Forever เป็นต้น ส่งผลให้สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจุจบัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการศึกษาวิจัยด้านประชากรเสือโคร่งและเหยื่อของเสือโคร่งในระยะยาว หรือ Long term monitoring นำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายแต่แรกเริ่มของการศึกษาวิจัยดังกล่าว

โครงการการสำรวจการกระจายและการติดตามของเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก (Tiger Protection and Distribution Monitoring in The Western Forest Complex, Thailand) โดยการสนับสนุนจาก Rhinoceros and Tiger Conservation Found (RTCF) ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ?เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีเป้าหมายเพื่อสานต่อเจตนารมย์ดังกล่าว โดยมีหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการและให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการสำรวจ ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์ผลการกระจายของเสือโคร่งบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์เสือโคร่งในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อ ทั่วทั้งผืนป่าตะวันตก

2. เพื่อคำนวณหาความหนาแน่นของการกระจายของเสือโคร่งในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก

3. เพื่อเปรียบเทียบความหนาแน่นของการปรากฏของเสือโคร่ง กับพื้นที่แกนกลาง (Core area) ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และด้านตะวันตก

4. เพื่อนำค่าการประเมินที่ได้ มาใช้ในการอธิบายผลตามเป้าหมายของ Living Landscape รวมทั้งการจัดการมาตรการต่างๆ เช่น การลดปัจจัยคุกคาม ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์เสือโคร่งในระยะยาวต่อไป

พื้นที่ศึกษา

การศึกษาการกระจายของเสือโคร่ง มีพื้นที่ศึกษา คือ ผืนป่าตะวันตก (ภาพด้านล่าง) โดยแบ่งพื้นที่ศึกษาออกเป็น 2 ส่วนตามช่วงเวลาการศึกษา โดยใช้วิธีการสำรวจด้วยวิธีเดียวกัน ได้แก่

(1) พื้นที่ส่วนบนของผืนป่าตะวันตก และพื้นที่แกนกลาง (Core area: HKK-TY) ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ ปี 2010-2011 และ

(2) พื้นที่ส่วนล่างถัดจากพื้นที่แกนกลางลงไป ซึ่งจะสำรวจในช่วงปี 2011-2012

POS01

พื้นที่ส่วนบนรวมแกนกลางหรือ Core area ของผืนป่าตะวันตก

พื้นที่แกนกลาง (Core Area) เป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง (พื้นที่รวมประมาณ 5,100 ตารางกิโลเมตร) ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก, และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ส่วนพื้นที่ส่วนบนได้รับการสนับสนุนจาก USFWS-RTCF มีเป้าหมายดำเนินการสำรวจในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ (1,560 ตารางกิโลเมตร), อุทยานแห่งชาติคลองลาน (300 ตารางกิโลเมตร), และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า (747 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งจะทำการสำรวจโดยกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ร่วมกับ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

พื้นที่ส่วนล่างของ Core area ในผืนป่าตะวันตก

พื้นที่ส่วนนี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติ 8 แห่ง และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 1 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู, อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์, อุทยานแห่งชาติไทรโยค, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ, อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์, อุทยานแห่งชาติภูเตย และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ซึ่งการสร้างโมเดลเพื่อสำรวจการกระจาย จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

การสร้างโมเดลเพื่อสำรวจการกระจายของเสือโคร่ง

การเข้าดำเนินการสำรวจการกระจายของประชากรเสือโคร่งในแต่ละพื้นที่ตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐานว่า ข้อมูลที่ได้อาจจะมีค่าแตกต่างจาก ข้อมูลที่ได้จากการเข้าสำรวจเฉพาะในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร (HKK – TY) เนื่องจากพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาครั้งนี้มีหมู่บ้านอยู่ภายในและโดยรอบเขตพื้นที่อนุรักษ์ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และอุทยานแห่งชาติต่างๆ ดังนั้นการสร้างโมเดลเพื่อสำรวจการกระจายของเสือโคร่ง จะอยู่ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

- เข้าทำการสำรวจเฉพาะพื้นที่ที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง

- ดำเนินการเก็บข้อมูลปัจจัยคุกคามทั้งหมด เช่น การล่า (Poaching), การเก็บหาของป่า (Non -timber forest product collection), และการบุกรุกพื้นที่ป่า (Encroachment) เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลการกระจายและการติดตามประชากรเสือโคร่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญที่จะช่วยให้หน่วยงานอนุรักษ์นำไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และการจัดการที่ถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป

วิธีการศึกษา

สร้างระบบการติดตามการกระจายของเสือโคร่งในพื้นที่ศึกษาดังกล่าว โดยการสร้างตารางกริดเพื่อกำหนดขอบเขตการสำรวจในแต่ละกริด ตามหลักการของ ?Patch Occupancy? ข้อมูลการสำรวจที่ได้จะเป็นการปรากฏของเสือโคร่งและเหยื่อ เพื่อใช้ในการคำนวณในโปรแกรม ?Presence? (Makenzie et al., 2006) และวิเคราะห์ความหนาแน่นการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อ เปรียบเทียบกับความหนาแน่นของการใช้กล้องดักถ่ายภาพ (Camera trap) ในกรณีการศึกษาของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (พื้นที่ศึกษา HKK-TY)

ผลการดำเนินงาน

ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2553  เดือนเมษายน พ.ศ. 2554

ในช่วงเดือนตุลาคม 2553

หลังจากได้รับงบประมาณดำเนินโครงการการศึกษาการกระจายและการติดตามประชากรเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก (Tiger Protection and Distribution Monitoring in the Western Forest Complex, Thailand) โดยการสำรวจพื้นที่อนุรักษ์บริเวณส่วนบนของพื้นที่ core area ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 5,100 ตารางกิโลเมตร สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้ดำเนินการจัดทำแผนงาน การจัดการงบประมาณ จัดเตรียมข้อมูล และการศึกษาจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจการกระจายและการติดตามประชากรเสือโคร่ง โดยใช้หลักการสำรวจการปรากฏของสัตว์ป่าด้วยวิธี Patch Occupancy (MacKenzie et. al, 2006) ซึ่งเป็นที่ยอมรับและมีการนำมาใช้ในการสำรวจประชากรเสือโคร่งในหลายๆ ประเทศ ตัวอย่างเช่น ประเทศ อินเดีย ?เป็นต้น

ในช่วงเดือนพฤศิกายน 2553

ดำเนินการจัดเตรียมอุปกรณ์ ข้อมูลพื้นฐานต่างๆ คู่มือปฏิบัติการ ที่ใช้ในการประชุมเชิงวิชาการ และการปฏิบัติภาคสนาม การเก็บข้อมูล รวมถึงการออกแบบการสำรวจด้วยวิธี Patch Occupancy (MacKenzie et al. 2006) เพื่อใช้ในพื้นที่ผืนป่าตะวันตก (WEFCOM) ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 โดยมีหลักการสำรวจและติดตามการกระของเสือโคร่งและเหยื่อ ด้วยการบันทึกการพบเห็นตัวหรือพบร่องรอยตลอดระยะทางการสำรวจ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

การออกแบบกริดการสำรวจการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อ

การออกแบบกริดการสำรวจการกระจายเสือโคร่งและเหยื่อในผืนป่าตะวันตก ออกแบบตามแนวคิดของ Karanth et al. (2005) และเป็นการสำรวจการกระจายของสัตว์ป่าที่มีความหนาแน่นน้อย (Makenzie et al., 2006) มีวิธีการดังนี้

(1.) ทำการสร้างกริด (Grid cell size) โดยมีพื้นฐานการสร้างจากนิเวศวิทยาของเสือโคร่ง เช่น ขนาดถิ่นอาศัยของเสือโคร่งเพศผู้ หรือ Home rage size of male tigers จากการศึกษาในหลายประเทศ เช่น ในประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) พบว่า มีการสร้างกริดครอบคลุมขนาดถิ่นอาศัยของเสือโคร่งเพศผู้ อยู่ที่ 300 ตารางกิโลเมตร และในประเทศอินเดีย เท่ากับ 200 ตารางกิโลเมตร สำหรับในประเทศไทยจากการศึกษาของสถานีวิจัยเขานางรำ กำหนดให้ขนาดกริดครอบคลุมขนาดถิ่นอาศัยของเสือโคร่งเพศผู้ อยู่ที่ 256 ตารางกิโลเมตร จึงได้ยึดตามการศึกษานี้ เพื่อใช้ในการสร้างกริดครอบคลุมทั้งพื้นที่ศึกษาในผืนป่าตะวันตก (ภาพด้านล่าง)

POS02

POS03

กริด 256 ตารางกิโลเมตรทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ผืนป่าตะวันตก โดยให้แต่ละกริดมี ID ของตัวเองดังภาพ

POS04

แสดงกริดที่ทำการสำรวจการกระจาย (Occupancy) ในผืนป่าตะวันตก

*** กริดไฟล์ที่ทำการออกแบบทุกไฟล์จะอยู่ในรูปแบบของข้อมูลเชิงพื้นที่ ในระบบพิกัดภูมิศาสตร์ WGS 84 zone 47N ***

(2.) ทำการเลือกกริดสำรวจการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อ โดยเลือกกริดที่มีพื้นที่ป่าครอบคลุมมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป (ภาพ b) เนื่องจากเสือโคร่งมีถิ่นอาศัยมากกว่า 20 -30 ตารางกิโลเมตร (Tiger habitat is the habitat containing patched bigger than 20 ? 30 Km2) จึงจะทำการสำรวจการกระจาย

*** กริดที่สำรวจควรครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเสือมีถิ่นอาศัยมากกว่า20 -30 ตารางกิโลเมตร***

(3.) ทำการสำรวจการกระจายทุกกริดที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง ในขนาดพื้นที่ป่าที่มากคือ 50 – 100 เปอร์เซ็นต์ ควรสำรวจทุกกริด แต่ด้วยเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากหรือเป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการอาศัยของเสือโคร่งและเหยื่อ อาจจะหลีกเลี่ยงการสำรวจ เช่น พื้นที่เขาหินปูนที่มีพื้นที่เป็นป่าทึบมากกว่า 50 – 100 เปอร์เซ็นต์

(4.) สำรวจการกระจายโดยการเดินสำรวจเป็นเส้นทาง (Road) ตามด่านสัตว์ (Trail) เพื่อเป็นการเพิ่มการพบเห็นเสือโคร่งและเหยื่อ ( เช่น scats และร่องรอยของเสือโคร่งและเหยื่อ)

(5.) ทำการบันทึกข้อมูลการพบเห็นเสือโคร่งและเหยื่อในแต่ละกริด? ซึ่งเรียกระยะในการเก็บข้อมูลนี้ว่า spatial replicate จำนวนน้อยที่สุดของ replicate (พื้นที่ป่า 10 เปอร์เซ็นต์) เท่ากับ 6 replicate = 6 กิโลเมตรสำหรับการเดินสำรวจ และเมื่อกริดนั้นมีพื้นที่ป่าไม้ 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน replicate จะเท่ากับ 60 replicate = 60 กิโลเมตรสำหรับการเดินสำรวจในกริดนั้น

*** ในประเทศอินเดีย replicate 1 กิโลเมตร ใช้เดินสำรวจในกริด 200 ตารางกิโลเมตร ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ replicate 1 กิโลเมตร ใช้เดินสำรวจในกริด 300 ตารางกิโลเมตร สำหรับในประเทศไทย ให้replicate 1 กิโลเมตร ใช้เดินสำรวจในกริด 256 ตร.กม.

*** ????????? 100% ถิ่นอาศัยเสือโคร่งและเหยื่อ เท่ากับ 60 spatial replicate ต้องเดินสำรวจ (60 กิโลเมตร)

50% ถิ่นอาศัยของเสือโคร่งและเหยื่อเท่ากับ 30 spatial replicate ต้องเดินสำรวจ (30 กิโลเมตร)

10 % ถิ่นอาศัยของเสือโคร่งและเหยื่อเท่ากับ 6 spatial replicate ต้องเดินสำรวจ (6 กิโลเมตร) ***

POS05

Spatial replicate ที่ใช้ในการสำรวจการกระจายของเสือโคร่งในผืนป่าตะวันตก

( 6.) การบันทึกข้อมูลจะบันทึกการพบเห็น (Detection and Non – detection) เสือโคร่งและเหยื่อทุกๆช่วง 100 เมตร

( 7.) การสำรวจการกระจายควรจะให้อยู่ในฤดูแล้ง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งพื้นที่การศึกษา

(Standardized detection condition across survey area)

หลักการสำรวจการกระจายในแต่ละกริด 256 ตารางกิโลเมตร มีวิธีการสำรวจด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

***จำนวนกริดที่ได้จากการออกแบบกริด 256 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดที่ต้องการเข้าสำรวจการกระจาย เท่ากับ 103 กริด (ทำการสำรวจ 101 กริด ยกเว้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง ซึ่งไม่มีพื้นที่ติดต่อกับผืนป่าตะวันตก และไม่การการพบเสือโคร่ง จึงไม่ทำการสำรวจ) ***

วิธีที่ 1

(1) แบ่งกริดใหญ่ 256 ตารางกิโลเมตร เป็น 4 ส่วน จะได้กริดย่อยชั้นที่ 1 จำนวน 4 กริดย่อย ขนาดกริดเท่ากับ 64 ตารางกิโลเมตร ( 8 x 8 กิโลเมตร ) จากภาพที่

POS06

ภาพแสดงกริดที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 กริดจากกริดใหญ่ 256 ตารางกิโลเมตร

(2) แบ่งกลุ่มสำรวจออกเป็น 4 กลุ่มย่อยและทำการสำรวจในแต่ละกริดย่อยทั้งสี่ส่วนนั้น โดยแต่ละกลุ่มจะต้องเดินสำรวจเป็นระยะทางเท่ากับจำนวน replicate ที่คำนวณได้ในกริดย่อยนั้น โดยเดินเป็นเส้นตามความยาวเส้นทาง? เช่น ด่านสัตว์? ถนนในพื้นที่ป่าไม้ ริมแม่น้ำและพื้นที่อื่นๆ ที่สามารถเห็นสัตว์ป่าได้ง่าย

(3) การเดินในแต่ละกลุ่ม จะใช้ระยะเวลาการเดินประมาณ 1 ? 3 วัน ต่อการเดิน 1 กริดย่อย ขึ้นอยู่กับระยะทางในพื้นที่ที่คำนวณได้ และกำลังคน

(4) หลังจากเดินกริดย่อยเสร็จแล้ว ควรเดินไปกริดย่อยในกริดหลักต่อไป และทำการเดินสำรวจวิธีเดิมตามขั้นตอนที่3

(5) บันทึกข้อมูลลงในแบบฟอร์มการพบเห็นเสือโคร่งและเหยื่อลงในแบบฟอร์มที่เตรียมไว้

(6.) การเดินกริดแต่ละครั้งในกริดย่อย ไม่ควรเดินกลับมาทางเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการนับซ้ำ ?และเพื่อให้ได้ระยะทางเพิ่ม ควรเดินไปยังกริดย่อยต่อไป

วิธีที่ 2

(1.) แบ่งกริดใหญ่แต่ละกริดที่มีขนาด 256 ตารางกิโลเมตร ออกเป็น 16 กริดย่อย (ภาพที่ 3.5)

POS07

ภาพ แสดงการสำรวจ 9 กริดในการแบ่งกริดหลัก 16 กริดย่อย

(2.) ใช้ตัวอย่าง 1 กริด (สีส้ม: Simple random sampling) โดยสุ่มเลือก 1 กริดย่อยเพื่อใช้เป็นตัวแทนในกริดย่อยทั้ง 16 กริดย่อยที่ต้องเดินสำรวจการกระจายหรือเดินผ่านกริดนี้

(3.) ทำการเดินสำรวจตามพื้นที่เป้าหมายที่เป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งและเหยื่อที่ทำไว้ ตัวอย่างเช่นในพื้นที่ 100% ต้องเดินเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร โดยเดินตามความยาวของเส้นทาง เช่น ด่านสัตว์ ถนนในป่า ริมแหล่งน้ำ และอื่นๆ ที่เห็นว่ามีร่องร่อยสัตว์ป่าใช้ประโยชน์ เป็นต้น

(4.) แต่ละกริดจะใช้เวลาประมาณ 1 – 7 วัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ศึกษาในแต่ละกริดและกำลังคน

(5.) และ (6.) ปฏิบัติตามวิธีที่ 1

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ได้มีการจัดการประชุมเชิงวิชาการสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่สนใจศึกษาด้านสัตว์ป่า ภายใต้หัวข้อการประชุมเชิงปฏิบัติการ Tiger Occupancy Field Technique in the Western Forest Complex ระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2553 ณ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ผ่านมา จากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบในการสำรวจข้อมูล Patch Occupancy ของเสือโคร่งและเหยื่อ ได้แก่ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย และผู้ที่สนใจจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น 30 คน (ดังภาพ) ประกอบด้วยวิทยากรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือโคร่ง จำนวน 2 ท่าน คือ Dr. Ullas และ Killy ผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่เจ้าหน้าที่จากสถานีวิจัยสัตว์ป่า เขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช จำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่จากกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) 4 คน เจ้าหน้าที่จากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย 12 คน และผู้ที่สนใจจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ จำนวน 2 คน

POS08

ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ

POS09POS10

ภาพบรรยากาศภายในห้องเรียน

POS11

เรียนรู้หลักการสำรวจด้วยวิธี Patch Occupancy

POS12

การจำแนกร่องรอย

POS13

ฝึกการใช้ GPS

POS14

การใช้แผนที่ เข็มทิศ

POS15

ฝึกการใช้แบบฟอร์มในการเก็บข้อมูล

POS16

ฝึกการวางแผนการสำรวจ

หลังจากการประชุมเชิงปฎิบัติการนี้ได้มีการปรับตารางกริดในการสำรวจให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานจริง และมีการแบ่งกริดให้แต่ละหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบในการเก็บข้อมูล

การจัดเตรียมแผนงานการสำรวจการกระจายของเสือโคร่งและเหยื่อช่วงปี 2553-2554 ในฤดูแล้ง

ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน (ธันวาคม 2553 – พฤษภาคม 2254)

สำรวจบริเวณโซนบนของพื้นที่ผืนป่าตะวันตก จำนวน 58 กริด

POS17

แผนงานต่อเดือน และหน่วยงานที่รับผิดชอบ

POS18

หน่วยงานรับผิดชอบ (49 Grid + No Survey 9 Grid = 58 Grid)

KNR-WCS = 10 grid (7H, 7I, 8H-8L และ 9H-9J)

WWF = 14 grid (part 1 = 8D-8G, 9E-9G และ part 2 = 6C-6D, 7B-7D, 8B-8C)

WCS = 25 grid + No survey (ถ้าสามารถสำรวจได้ทันอีก 9 Grid)

แผนที่ Sub-Grid 4 กลุ่ม ที่ต้องสำรวจทั้งหมด 206 Sub-grid

PatchOccupancy00

ผลการสำรวจในเบื้องต้น (ช่วงเดือนธันวาคม 2553 – พฤษภาคม 2254)

การสำรวจทำได้ทั้งหมด 35 กริด (โดยจะต้องเก็บข้อมูลอีก 13 กริดในแผนการดำเนินงานของปี 2554 นี้ ในช่วงหลังฤดูฝน คือ ปลายเดือนกันยายน – ธันวาคม 2554)

  1. ทีมสำรวจจากสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) (19 กริด)
  2. ทีมสำรวจจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ (KNR) (7 กริด)
  3. ทีมสำรวจจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) (8 กริด + 9D 1 กริด และพื้นที่รอบนอก)

POS20

ภาพแสดงตัวอย่างกริดที่ทำการสำรวจ

POS21

ตัวอย่างของแบบฟอร์มที่ใช้ในการสำรวจ

POS22

ภาพการทำงาน และการเก็บข้อมูลในพื้นที่กริด

POS23

การดูแผนที่ประกอบในการหากริดเป้าหมาย

POS24

การวัดรอยตีนเสือโคร่ง

POS25

เก็บตัวอย่างขึ้เสือโคร่ง

สรุปผลข้อมูลสัตว์ป่าที่เก็บรวบรวมได้ในพื้นที่

POS26

ตารางแสดงสัตว์ป่าที่พบในพื้นที่และชนิดของการพบ

POS27

จำนวนครั้งที่พบข้อมูลเสือโคร่ง 315 ครั้ง และจำนวนที่พบช้าง 2646 ครั้ง

POS28

แผนที่แสดงตำแหน่งการกระจายของขี้เสือที่พบทั้งหมด 35 จุด จากการสำรวจ

ฐานข้อมูลจาก MS Accessที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการกระจายของสัตว์ป่า และปัจจัยคุกคาม

POS29POS30

การกระจายของสัตว์ป่าที่พบในพื้นที่สำรวจ

POS31

ความหนาแน่นของการกระจายของสัตว์ป่าแต่ละชนิดที่พบในพื้นที่

POS32.1POS32.2POS32-3