โครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวน ตามหลักสูตรเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ระดับผู้นำชุดลาดตระเวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 20-25 มกราคม 2554
การลาดตระเวนป้องกันรักษาพื้นที่ เป็นกระบวนการสำคัญที่ตอบสนองต่อการบริหารจัดการพื้นที่ และทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าไม้ และสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ ให้มีความยั่งยืน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ถือได้ว่าเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่เป็นแม่แบบของการจัดการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในประเทศไทย ความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ในการนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol System) มาใช้ในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่เน้นหลักการการจัดการแบบเน้นผลสัมฤทธิ์ (Best Practice) และการจัดการบนพื้นฐานของข้อมูล อย่างเป็นระบบและจริงจัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครองสัตว์ป่า และป่าไม้ โดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษ์ แต่เป็นที่น่าวิตกว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อการลาดตระเวนอ่อนแอลง พื้นที่ประสบปัญหาทั้งการลักลอบล่าสัตว์ป่า และเปลี่ยนแปลงถิ่นอาศัยบริเวณชายขอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเห็นได้ชัด กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงได้ตระหนักถึงปัญหา และความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาระบบลาดตระเวนในพื้นที่อนุรักษ์ให้มีความเข้มแข็ง และตรวจวัดได้ โดยนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาระบบลาดตระเวน ให้ได้มาตรฐานในระดับสากล แต่ที่สำคัญที่สุดคือหลักการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับข้าราชการที่รับผิดชอบพื้นที่อนุรักษ์ จนกระทั่งถึงระดับลูกจ้างชั่วคราวที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน ให้มีศักยภาพ ตื่นตัว มีขวัญและกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้สมภาคภูมิในฐานะเป็น “ผู้พิทักษ์ป่า” เฝ้ารักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนสู่ชนรุ่นหลังอย่างแท้จริง
การฝึกอบรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสร้างเสริมความเข้มแข็ง ทบทวนทักษะและเทคนิคการลาดตระเวน การใช้อาวุธ การจับกุมผู้กระทำผิด ทั้งยังมีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อ งานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น การตรวจลายนิ้วมือแฝง การรวบรวมพยานหลักฐาน การถ่ายภาพ การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุที่ถูกต้อง เพื่อสร้างเสริมประสิทธิภาพหัวหน้าชุดลาดตระเวนและ/หรือพนักงานพิทักษ์ป่า ให้มีความรู้ความสามารถในการประเมินสภาพ-ชันสูตรซากสัตว์เบื้องต้น ตลอดจนการเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า
กิจกรรมการฝึกอบรม โครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนตามหลักสูตรเทคนิคการลาด ตระเวนเชิงคุณภาพ(Smart Patrol) ระดับผู้นำชุดลาดตระเวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ระยะเวลาดำเนินการระหว่างวันที่ 20 – 25 มกราคม โดยมีการฝึกและทดสอบการสังเกตและระบุรูปพรรณของผู้กระทำผิด และการรวบรวมพยานหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ พัฒนาทักษะการพิสูจน์และการรวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น การฝึกปฏิบัติการตรวจลายนิ้วมือแฝง การฝึกปฏิบัติการสืบสภาพพื้นที่เป้าหมาย โดยเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ การฝึกปฏิบัติการสังเกตลักษณะซากสัตว์ที่ตายจากการลักลอบล่าสัตว์ และการตายตามธรรมชาติ และสามารถระบุถึงสาเหตุการตายในขั้นพื้นฐานได้ พัฒนาทักษะการจำแนกชนิดซากสัตว์ป่า อายุซาก และสาเหตุการตาย โดยชมรมสัตวแพทย์และสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย และอาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์และ มหาวิทยาลัยมหิดล และกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็ง ทบทวนทักษะในเทคนิคการลาดตระเวน การใช้อาวุธและการจับกุมผู้กระทำผิด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน จากกองกำกับการฝึกอบรมพิเศษ 2 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3
กิจกรรม ในช่วงแรก เป็นการรายงานตัว รับเครื่องมือ อุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลลาดตระเวน หลังจากนั้นฟังบรรยายสรุปเรื่องความก้าวหน้าด้านงานลาดตระเวนของเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งโดย นายสุนทร ฉายวัฒนะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จากนั้นเป็นการฟังบรรยายและฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ “นิติวิทยาศาสตร์” กับการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า และสามารถนำเทคนิคการสืบสวนคดีป่าไม้ไปใช้ในการปฏิบัติงานการลาดตระเวน ไม่ว่าจะเป็นการระบุรูปพรรณของผู้กระทำผิดและการแสวงหา รวบรวมพยานหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ ฝึกบันทึกข้อมูลแบบฟอร์มผู้กระทำผิด และทำการการตรวจลายนิ้วมือแฝงของผู้กระทำผิด

รายงานตัวและรับอุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูลลาดตระเวน

หัวหน้าเขตฯ บรรยายสรุปเรื่องความก้าวหน้าด้านงานลาดตระเวนฯ

นิติวิทยาศาสตร์กับการสืบสวนสอบสวนและความสำคัญของพยานหลักฐาน
และแนวทางการปฏิบัติงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุ

เตรียมการก่อนเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ การรักษาสถานที่ หาที่ตั้งวัตถุพยาน


หลักการตรวจที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน

การการตรวจลายนิ้วมือแฝงของผู้กระทำผิด
กิจกรรมต่อมาเป็นการฝึกสังเกตลักษณะซากสัตว์ที่ตายจากการลักลอบล่าสัตว์ และการตายตามธรรมชาติ และระบุถึงสาเหตุการตายในขั้นพื้นฐาน การชันสูตรซากสัตว์ และการเก็บตัวอย่างจากซากสัตว์เบื้องต้น พร้อมทั้งมีการฝึกจำแนกชนิดสัตว์จากเศษซากชิ้นส่วนสัตว์ป่า เช่น โครงกระดูก กะโหลก เขา ฟัน ขน เป็นต้น


การชันสูตรซากและการเก็บตัวอย่างจากซากสัตว์


ฝึกปฏิบัติในการชันสูตรซาก รวบรวมหลักฐานและหาสาเหตุการตาย


ทดสอบความรู้ในการจำแนกชนิดสัตว์จากเศษชิ้นส่วนและซาก
กิจกรรมสุดท้ายเป็นการฝึกทักษะและสร้างเสริมความเข้มแข็งทางด้านร่างกาย ความมีระเบียบวินัยมีภาวะการเป็นผู้นำ ความสามัคคีในหมู่คณะ และการมีจิตสำนึกที่ดีต่อการอนุรักษ์ผืนป่ามรดกโลก ทบทวนทักษะและเทคนิคการลาดตระเวนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกการใช้และการบำรุงรักษาอาวุธ และการจับกุมผู้กระทำผิดให้มีความชำนาญ


กายบริหารและเตรียมพร้อมร่างกายและเคารพธงชาติตอนเช้า

ฝึกระเบียบแถว

ฟังบรรยายเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำชุดลาดตระเวน
การฝึกบุคคลทำการรบ การกำบังตัว การเคลื่อนที่ ทัศนสัญญาญและการใช้สายตา บุคคลหมู่/หมวดทำการรบ ฝึการตรวจค้นและการจับกุม การปฏิบัติการโดยฉับพลัน 3 ลักษณะ


ฝึกบุคคลทำการรบ การซ่อนพรางตัว

ฝึกการเคลื่อนที่

บุคคลหมู่ หมวดทำการรบ


การตรวจค้นจับกุม

การปฏิบัติการโดยฉับพลัน 3 ลักษณะ 10 ท่า
กิจกรรมการฝึกอบรมยังมีการฝึกปฏิบัติการวางแผนยุทธศาสตร์การลาดตระเวนจากผลของข้อมูล MIST การฝึกการใช้อาวุธปืน การฝึกปฏิบัติการยิงปืนในภาวะกดดัน ทบทวนเทคนิคการลาดตระเวนและการวางแผนการสะกดรอย


ฝึกปฏิบัติการวางแผนยุทธศาสตร์การลาดตระเวนจากผลของข้อมูล MIST

ทำความสะอาด บำรุงรักษาอาวุธปืน


การฝึกปฏิบัติการยิงปืนในภาวะกดดัน


ทบทวนเทคนิคลาดตระเวน การวางแผนสะกดรอย และพยานหลักฐานในคดี


ทดสอบสมรรถภาพร่างกายหลังการฝึกอบรม

นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เยี่ยมชมการฝึกอบรมและกล่าวให้โอวาทแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่



พิธีปิดการฝึกอบรม มอบเกียรติบัตร และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ผลการฝึกอบรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี มีเจ้าหน้าลาดตระเวนซึ่งเป็นหัวหน้าชุดลาดตระเวนตัวแทนจาหน่วยพิทักษ์ป่า 19 หน่วย จำนวนทั้งสิ้น 40 คน โดยเนื้อหาในการฝึกอบรมได้เน้นให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนทราบถึงบทบาทหน้าที่ ในการป้องกันรักษาผืนป่าห้วยขาแข้ง โดยมีการลาดตระเวนที่เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการฝึกอบรมครั้งนี้ยังมีคณะ ผู้ฝึกสอน (Training of Trainers Course: Smart Patrolling for Tiger Conservation) จากกลุ่มประเทศเป้าหมายที่มีการกระจายของเสือโคร่งจำนวน 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเลเซีย พม่า รัสเซีย จีน บังคลาเทศ ภูฏาน และเวียดนาม ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โครงการ Global Tiger Initiative (GTI) สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) ธนาคารโลก (World Bank) สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย มาร่วมสังเกตการณ์การฝึกอบรมครั้งนี้ ซึ่งนับว่าระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพที่ได้มีการพัฒนาในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับความเชื่อถือว่าเป็นระบบที่มีความเข้มแข็ง มีการปฏิบัติงานที่เข้มข้นและจริงจัง จนสามารถเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย และได้มีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกอบรม แลกเปลี่ยนข้อมูลในงานด้านการอนุรักษ์ เพื่อนำเอาระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ และการอนุรักษ์เสือโคร่งไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของเครือข่ายระหว่างประเทศ และเพื่อให้การอนุรักษ์สัตว์ป่าได้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นต่อไป


ผู้ฝึกสอนจากกลุ่มประเทศเป้าหมายร่วมสังเกตการณ์การฝึกอบรม