SPR in Kaeng Krachan NP
กิจกรรมสร้างเสริมประสิทธิภาพและพัฒนาระบบลาดระเวน
ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
Improve and Strengthen the Law Enforcement System
in Kaeng Krachan National Park
หลักการและเหตุผล
ในปี พ.ศ. 2549 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้เริ่มพัฒนาระบบการสำรวจติดตามสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดยเฉพาะสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ โดยเน้นพัฒนาศักยภาพของทีมฝ่ายวิชาการของอุทยานฯ ในปี 2551 ได้เริ่มสนับสนุนการจัดตั้งชุดลาดตระเวน เพื่อปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) มีการบันทึกข้อมูลเส้นทางการลาดตระเวน ปัจจัยคุกคาม และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ลงในแบบบันทึกข้อมูลและฐานข้อมูลโปรแกรม MIST (spatial Management Information System) :ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ซึ่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ช่วยเสริมความรู้ในด้านเทคนิคต่างๆให้กับเจ้าหน้าลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของการปฏิบัติงานร่วมกัน (On-the-job Training) เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ และแบบบันทึกข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน มีการเพิ่มชุดลาดตระเวนเป็น 6 ชุด นอกจากการเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการแล้ว สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่ายังร่วมสนับสนุนในด้านอุปกรณ์และปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นในการพัฒนาระบบการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าการลาดตระเวนที่เป็นระบบนี้จะช่วยให้เกิดการจัดการปัญหาที่คุกคามสัตว์ป่าในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และส่งผลให้ภัยคุกคามสัตว์ป่าต่างๆ ในพื้นที่ลดลงตามลำดับ
วัตถุประสงค์
- เพื่อสร้างระบบการลาดตระเวนอย่างเป็นระบบ สามารถตรวจวัดและนำผลจากการลาดตระเวนมาประกอบการวางแผนจัดการภัยคุกคามสัตว์ป่าต่างๆได้อย่างเหมาะสม มีการใช้ระบบงานลาดตระเวนที่เป็นมาตรฐานเดียวกับพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ มีการประชุมวางแผนงานลาดตระเวนอย่างอย่างเหมาะสม บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีคุณภาพ
- การลาดตระเวนมีความเข้มข้นและครอบคลุมจุดที่มีความเสี่ยงหรือจุดที่พบปัจจัยคุกคามบ่อยครั้ง ดัชนีความเข้มข้นของปัจจัยคุกคามสัตว์ป่าต่างๆ เช่น แคมป์พัก แร้วดักสัตว์ ปลอกกระสุนปืน ลดลง
- เพื่อเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้มีความชำนาญในการใช้อุปกรณ์และแบบบันทึกที่เป็นมาตรฐาน มีความกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งระหว่างทีมลาดตระเวน และผู้บังคับบัญชา
- เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ภาคสนามของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยการฝึกอบรม และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมในโครงการทางด้านวิชาการและการลาดตระเวนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า
ผลการดำเนินงาน
ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ 5 เขตการจัดการและส่วนกลางรวม 60 นาย แบ่งเป็นชุดลาดตระเวนทั้งหมด 8 ชุด เส้นทางลาดตระเวนในช่วงที่รายงาน (กรกฎาคม 2552 – มิถุนายน พ.ศ. 2554) มีแนวโน้มครอบคลุมพื้นที่ในฝั่งตะวันตกมากขึ้นตามลำดับ เมื่อเทียบกับเส้นทางลาดตระเวนในช่วง 2 ปีก่อนหน้า ซึ่งทั้งนี้เหตุผลส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลาดตระเวนในพื้นที่ที่เสียงต่อการบุกรุกทางฝั่งตะวันตกด้วยการลาดตระเวนทางอากาศ
สถิติการลาดตระเวนในช่วงเดือนกรกฎาคม 2553 – ปัจจุบัน (มิถุนายน 2554) เมื่อเทียบกับช่วงกรกฎาคม 2552– มิถุนายน 2553 (ช่วงเดียวกันแต่คนละปี) จะพบว่าความถี่ ระยะทางและจำนวนวันของการลาดตระเวนทางเท้าลดลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับรูปแบบการลาดตระเวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตามรูปแบบของปัญหา มีการลาดตระเวนในลักษณะอื่นเพิ่มเข้ามาจากเดิม มีการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ที่ล่อแหลม มีการลาดตระเวนทางอากาศเพื่อตรวจดูการบุกรุกพื้นที่ และใช้เรือยางในการลาดตระเวนตามแม่น้ำสายหลัก โดยเฉพาะแม่น้ำเพชรบุรีในฤดูแล้ง ซึ่งมีสัตว์ป่าอยู่อย่างชุกชุมเป็นพื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
หลักฐานการเข้ามาใช้ประโยชน์ของมนุษย์ที่พบในพื้นที่จะถูกจำแนกออกเป็นประเภทต่างๆ ก่อนทำการบันทึกลงในแบบบันทึก ได้แก่ การบุกรุกพื้นที่ การล่าสัตว์ การลักลอบตัดไม้ เก็บหาของป่า และอื่นๆ ที่ไม่สามารถระบุชัดได้ ซึ่งสามารถแสดงผลออกมาทั้งในรูปของแผนที่การกระจายพร้อมดัชนีความชุกชุมของการเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ (ภาพและตารางด้านล่าง)
การกระจายและดัชนีความชุกชุมของการเข้ามาใช้ประโยชน์ของมนุษย์ (ทุกประเภทรวมกัน) มีแนวโน้มที่จะเบาบางและกระจายตัวน้อยลงเมื่อพิจารณาแผนที่การกระจายในช่วงปีที่รายงาน (กรกฎาคม 2552 – มิถุนายน 2554) เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสังเกตได้ว่าการกระจายของจุดสีแดงเข้มมีน้อยและกระจายแคบลง


แผนที่แสดงความเข้มข้นของการลาดตระเวน ตามจำนวนครั้งที่ทำการลาดตระเวนในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
ในช่วงเวลาที่ทำการรายงานแต่แจงเป็นรายปี
ตารางสรุปรายละเอียดการลาดตระเวน ช่วงเดือนกรกฎาคม 2552 – มิถุนายน 2554
| ลักษณะการลาดตระเวน | จำนวนครั้ง | จำนวนวัน (รวมทุกทีม) | ระยะทาง (กม.) |
| ก.ค. 52 – มิ.ย. 53 | |||
| ทางเท้า |
300 |
708 |
4685.42 |
| ยานยนต์ |
7 |
14 |
111.69 |
| อื่นๆ (ไม่ระบุ) |
22 |
23 |
217.94 |
| ก.ค. 53 – มิ.ย. 54 | |||
| ทางเท้า |
253 |
539 |
3591.28 |
| ทางอากาศ |
9 |
29 |
499.29 |
| ยานยนต์ |
60 |
104 |
1400.07 |
| ทางน้ำ |
6 |
25 |
203.1 |
| การตั้งจุดสกัด |
3 |
7 |
0.79 |
| อื่นๆ (ไม่ระบุ) |
21 |
25 |
306.05 |
| รวม |
322 |
667 |
5,554.01 |
เมื่อแยกพิจารณาหลักฐานการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แต่ละประเภท พบว่า ส่วนใหญ่มีอัตราลดลง ยกเว้นในส่วนของการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีล่าสุดมีการสนับสนุนการลำเลียงทางอากาศทำให้การลาดตระเวนภาคพื้นสามารถครอบคลุมพื้นที่ใหม่ด้านตะวันตกได้มากขึ้น พบการบุกรุกเพิ่มมากขึ้น แม้อัตราที่ลดลงนี้จะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อคิดอัตราการพบต่อจำนวนครั้งที่ทำการลาดตระเวน (Mann-Whitney Test: V = 9, P = 0.8125) หรือต่อระยะทางที่ทำการลาดตระเวน (Mann-Whitney Test: V = 5.5, P =1) แต่ปัจจัยคุกคามสัตว์ป่าในภาพรวมต่างก็มีทิศทางที่ดีขึ้น

ภาพตัวอย่างหลักฐานการเข้าใช้ประโยชน์หรือปัจจัยคุกคามที่พบในพื้นที่


แผนที่แสดงการกระจายและดัชนีความชุกชุมของหลักฐานการเข้ามาใช้ประโยชน์หรือปัจจัยคุกคามในพื้นที่
แสดงตามจำนวนครั้งที่พบต่อจำนวนครั้งที่ทำการลาดตระเวนในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
ในช่วงเวลาที่ทำการรายงานแต่แจงเป็นรายปี
ตารางสรุปรายละเอียดปัจจัยคุกคามที่พบ ช่วงเดือนกรกฎาคม 2552 – มิถุนายน 2554
|
ปัจจัยคุกคาม |
จำนวนจุดที่พบ |
จุด/จำนวนครั้งที่ ลว. |
จุด/ระยะทาง ลว. (ทางเท้า) |
| ก.ค. 52 – มิ.ย. 53 | |||
| การบุกรุกพื้นที่ |
26 |
0.087 |
0.006 |
| การล่าสัตว์ |
115 |
0.383 |
0.025 |
| ลักลอบตัดไม้ |
76 |
0.253 |
0.016 |
| เก็บหาของป่า |
3 |
0.010 |
0.001 |
| อื่นๆ (ระบุไม่ได้) |
9 |
0.030 |
0.002 |
| ก.ค. 53 – มิ.ย. 54 | |||
| การบุกรุกพื้นที่ |
39 |
0.154 |
0.011 |
| การล่าสัตว์ |
48 |
0.190 |
0.013 |
| ลักลอบตัดไม้ |
58 |
0.229 |
0.016 |
| เก็บหาของป่า |
1 |
0.004 |
0.000 |
| อื่นๆ (ระบุไม่ได้) |
12 |
0.047 |
0.003 |
| รวม |
322 |
667 |
5554.01 |
ข้อมูลจากชุดลาดตระเวนทำให้ทราบการกระจายโดยรวมของสัตว์ป่าในอุทยานฯ เช่นกัน โดยทีมลาดตระเวนจะบันทึกเฉพาะร่องรอยหรือการพบเห็นตัวของสัตว์ป่าที่หายาก เช่น เสือโคร่ง ช้าง สมเสร็จ กระทิง เป็นต้น

ตัวอย่างภาพร่องรอยสัตว์ป่าสำคัญที่พบ เช่น รอยตีนกระทิง (ซ้ายบน) แมวดาว (ขวาบน)
เสือขนาดใหญ่ (ซ้ายล่าง) และ เก้ง (ขวาล่าง)


แผนที่แสดงการกระจายของช้างป่า ตามจำนวนครั้งที่พบต่อจำนวนครั้งที่ทำการลาดตระเวนในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร
ในช่วงเวลาที่ทำการรายงานแต่แจงเป็นรายปี
บทบาทอีกประการของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน คือ การสนับสนุนจัดอบรมทบทวน ซึ่งในช่วงเวลาที่รายงานนี้มีรายละเอียดจำแนกตามวันจัดอบรมได้ดังนี้
วันที่ 11 – 20 มกราคม 2553
โครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนระดับผู้นำชุดลาดตระเวนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า เรื่องการเป็นผู้นำชุดลาดตระเวน ณ หน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4) บ้านกร่าง) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมโครงการ 60 นาย เนื้อหาหลักสูตร ได้แก่ การใช้แผนที่ เข็มทิศ GPS การจำแนกร่องรอยสัตว์ป่า การเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ การใช้อาวุธปืน การซุ่มจับ การเข้าจับกุม และการวางแผนการลาดตระเวน
วันที่ 15 – 17 กันยายน 2553
โครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์ (เบื้องต้น) เพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า ณ ห้องประชุมใหญ่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จำนวนเจ้าหน้าที่เข้าร่วมโครงการ 18 นาย เนื้อหาหลักสูตร ประกอบด้วย การใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน พัฒนาทักษะการพิสูจน์และการรวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น การจำแนกชนิดซากสัตว์ป่า อายุซาก และสาเหตุการตาย การทำความเข้าใจและการใช้แบบฟอร์มมาตรฐานเพื่อบันทึกในระหว่างการลาดตระเวน
วันที่ 1 – 7 มีนาคม 2554
โครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนหลักสูตรทบทวนเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพเบื้องต้น เรื่องทบทวนเทคนิคการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ระดับปฏิบัติการ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ผู้เข้าร่วมโครงการรวม 28 นาย เนื้อหาหลักสูตร ประกอบด้วย การใช้แผนที่ เข็มทิศ GPS แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลลาดตระเวน จำแนกร่องรอยสัตว์ป่า บุคคลทำการรบ เทคนิคการลาดตระเวนภาคสนาม การตรวจค้น การสำรวจหลักฐาน การจับกุม และอาวุธศึกษา
14 – 17 พฤษภาคม 2554
กิจกรรมโครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวนหลักสูตรพัฒนาความเป็นผู้นำ ณ กองกำกับการ 2 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมโครงการรวม 15 นาย เนื้อหาหลักสูตร ประกอบด้วย ภาวะการเป็นผู้นำ บุคคลทำการรบ เทคนิคการลาดตระเวนภาคสนาม การตรวจค้น การสำรวจหลักฐาน การจับกุม และอาวุธศึกษา


ภาพตัวอย่างการฝึกอบรมตามโครงการสร้างเสริมประสิทธิภาพและเทคนิคการลาดตระเวน
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
